|
ช่อง
7 สี ฉายละครมนต์รักลูกทุ่งฉบับใหม่ล่าสุดได้พักใหญ่แล้ว
หลังจากค่ายอาร์.เอส.ฯ เคยทำเป็นละครครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน
ฉายทางช่องเดียวกัน ตอนนี้บรรดาแฟนๆ จอแก้วพากันวิพากษ์วิจารณ์กันอื้ออึง!
ด้วยสารพันเหตุผลในทุกมิติ ทั้งตัวแสดงแต่ละตัว
ความเหมาะสมในบทบาท บทเพลง สุ้มเสียงการร้องของแต่ละคน
และเพลงนิยมไม่นิยม
ผมไม่มีโอกาสได้ชม
เพราะติดงานตอนนั้น จึงไม่ขอร่วมส่งเสียงอื้ออึงด้วย
รวมถึงฉบับที่ผู้สร้างอีกคณะกะจะผลิตเป็นหนังใหญ่ฉายตามโรง
แล้วเกิดปัญหาข้อกังขา มันเป็นหนังใหญ่จริงหรือ?
ทุกครั้งที่
มนต์รักลูกทุ่ง ถูกชุบชีวิตขึ้นมาโลดแล่นในรูปลักษณ์ไหนก็ตาม
ผมอดย้อนรำลึกถึงเวลาสุขใจแท้จริงของหนังเรื่องนี้ไม่ได้
เชื่อว่าเสียงวิจารณ์ฉบับละครบางส่วน น่าจะมีเด็กแนวรุ่นผมผสมโรงด้วย
เด็กแนวถึงวัยใส่แว่นเพราะสายตาเอียง เด็กที่พอจำความยิ่งใหญ่ของสุดยอดหนังไทยเรื่องนี้ได้
มนต์รักลูกทุ่ง
เป็นมากกว่าหนังประทับใจ นี่คือหนังติดขั้วหัวใจ
เป็นประตูทะลุสู่ความดื่มด่ำวันวาน เพียงแค่คุณคิดถึงหนังเรื่องนี้
กลิ่นอายทุ่งรวงทองจะหอมโชย มนต์รักเพลงชาวบ้าน
จะดังแว่วทะลุมิติ หลับตาเห็นภาพไอ้คล้าวตัวแทนหนุ่มบ้านนอกมั่นรักซื่อ
ทองกวาว น้องนางแก้มเรื่อแห่งท้องทุ่ง และหมู่มโหรีชาวบ้าน
ขับขานบรรเลงทุกเย็นย่ำ หนังเรื่องนี้ถ่ายทำกันส่วนใหญ่ที่พุทธมณฑล
ไม่ไกลจากเมืองกรุงเลย แต่ความเป็นชนบทที่เราได้ชม
ช่างชัดเหลือใจ แทบอยากถอดกางเกงกระโจนลงคลอง แม้เห็นภาพบางกอกในอดีต
ก็ยังไม่อลหม่านเท่า พ.ศ.นี้
พ.ศ.2513
วันที่ 20 เมษายน หนังทำรายได้ 7 ล้านกว่าเรื่องนี้
เข้าฉายวันแรก บางแหล่งอ้างอิงว่าฉายวันที่ 15 พฤษภาคม
แต่คุณ เก่งกาจ จงใจพระ หรือ 'ไอ้แว่น' ต้นตำรับ
ยืนยันว่าลงโรงคล้อยหลังสงกรานต์ไม่นาน และยืนโรงฉายยาวถึงกันยายน
จนเสี่ยตั๊งเจ้าของโรงโคลีเซี่ยม ยมราช ร้องขอให้ออกได้แล้ว
ถึงคนยังแน่นครึดก็เถอะ เกรงใจเจ้าของหนังเรื่องอื่นที่ต่อคิวฉาย
โปรแกรมรวนมาหลายเดือนจนใกล้ปีใหม่ หนังของใครต่อใคร
ไม่ได้ลืมตาอ้าปาก บวกกับเสียงต่อว่าจากสายหนังทั่วราชอาณาจักร
ประมาณว่า "คนที่จังหวัดข้าเหมารถเข้ากรุงเทพฯ
ไปดูที่โคลีเซี่ยมกันหมดแล้ว เมื่อไหร่เฮียจะถอดออก"
แปลกแต่จริง!
มีแต่หนังถูกถอดเพราะไร้คนดู แต่มนต์รักลูกทุ่งถูกขอร้องให้ออก
ขณะที่คนเต็มโรง
อดีต ศรีไพร
ใจพระ เจ้าของวงดนตรีลูกทุ่ง ยังกรุณาเล่าความหลังของครู
รังสี ทัศนพยัคฆ์ ก่อนจะทำหนังไทยในใจประชาว่า คุณครูอยู่แถวดาวคะนอง
กำลังมีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย บ้านหมดสัญญาเช่า
เขาไม่ให้เช่าต่อ แถมหนังก่อนหน้าเรื่อง สมิงไพร
ไม่ประสบความสำเร็จ ก็ได้คุณศรีไพรนี่แหละ เป็นตัวตั้งตัวตีจุดประกายให้ครูรังสี
ทำหนังเพลง เอาให้ยิ่งใหญ่เป็นเกียรติประวัติ เน้นเพลงลูกทุ่งล้วนๆ
ยุคนั้นรายการเพลงลูกทุ่งทางช่อง 4 บางขุนพรหม กำลังดัง
ไอ้แว่นวางแผนให้เสร็จสรรพ รวบรวมดารานักร้องน้อยใหญ่ทั่วฟ้าเมืองไทย
(สำนวนโฆษณาก่อนนั้น) ให้มาเล่นมาร้อง อุทิศตัวเล่นแบบไม่เอาค่าตัวด้วยครับ
หวังจะช่วยครูรังสี อ้อ! มีดาวโป๊จากเวียดนามใต้
มิส อันฮวา อีกคน
ตอนแรกเตรียมเพลงไว้เกือบร้อย
ก่อนจะคัดเหลือระดับหัวกะทิแค่ 14 เพลง แต่ก็มากพอจะเป็นหนังที่รวมบทเพลงไว้มากสุด
แล้วแต่ละเพลงล้วนมีตำนาน เริ่มจาก เพลงเอกเป็นไตเติ้ลตามชื่อเรื่อง
เคยเขียนไว้ว่า เพียงแค่อินโทรด้วยดนตรีชนิดเครื่องเป่าหลายชิ้น
มันก็ขลังพอจะให้คนดูได้กลิ่นกองฟาง เห็นภาพบัวสล้างลอยปริ่มริมบึง
เพลงนี้เป็น 1 ใน 4 เพลงของครู ไพบูลย์ บุตรขัน
เพลงสิบหมื่น
กับ แม่ร้อยใจ ร้องโดย เสน่ห์ เพชรบูรณ์ ลูกศิษย์ของศรีไพร
ใจพระ น้ำเสียงเหมือนมิตร ชัยบัญชา มาก จนคนทั้งประเทศเชื่อว่า
2 เพลงนี้พระเอกมิตรร้องจริงๆ นักจัดรายการวิทยุจะบอกกล่าวเท่าไหร่ไม่มีใครเชื่อ
(น่าเห็นใจคุณเสน่ห์) ผู้คนต่างชักชวนกันไปดูหนัง
เพื่อไปฟังเสียงพระเอกมิตรร้องเพลงในหนังครั้งแรก
ตรงนี้เป็นจุดขายสำคัญ ฉุดให้หนังทำเงินถล่มทลาย
ทั้งที่ฉายแค่โรงเดียว วันละ 4 รอบ
เพลงสาวนาคอยคู่
มีท่วงทำนองเพลงแขก สมัยนั้นหนังแขกดังมาก โดยเฉพาะช้างเพื่อนแก้ว
เพลงแขกฟังแล้วคึกคัก เบิกบาน ชวนให้วิ่งขึ้นเขาลงห้วย
ในหนังคุณ บุปผา สายชล ร้องและรับอาสาวิ่งเกาะต้นไม้ไปหลายต้น
มีคุณศรีไพรเป่าขลุ่ยวิ่งตาม คุณบุปผาจากไปหลายปีแล้ว
เช่นเดียวกับคุณอดินันท์ สิงห์หิรัญ คนรับใช้บ้านพ่อก้อน
แม่ทับทิม พ่อแม่นางเอก, คุณมิตร ตกเครื่องบินเมื่อหนังออกจากโรงได้ไม่กี่วัน
และครูรังสีจากไปปีกลาย
อาทิตย์ก่อน
มีโอกาสฟื้นอดีตกับคุณลุง ประจวบ ฤกษ์ยามดี หรือหมู่น้อย
ผู้แสนอาภัพ ลงมือช่วยเหลือไอ้คล้าวทีไร มักพบวิบากกรรมทุกที
คุณประจวบอายุ 72 แล้วครับ ยังแข็งแรง มากด้วยกำลังวังชา
ถือเป็นดาราคู่บุญครูรังสีอีกท่าน นอกจาก มิตร เพชรา
ก็มาถึงพระรองอย่างประจวบคนนี้ บทส่วนใหญ่เป็นผู้ช่วยพระเอก
มีเวลาออกจอไม่น้อยนะครับ เมื่อก่อนคุณมิตรงานแสดงชุกมาก
บางครั้งบางเรื่องผู้กำกับต้องแก้บท ลดทอนบทบาทพระเอกลง
เอามาเพิ่มให้พระรองอย่างคุณประจวบ
ทั้งสองท่านถ่ายทอดตรงกันว่า
การแสดงคราวนั้น เล่นด้วยจิตวิญญาณโดยแท้ ทุกคนมาช่วยครูผู้กำกับ
ไม่คิดค่าตัว แต่คุณประจวบบอกผมว่า พอหนังทำรายได้น่าตะลึงใจ
เก็บกวาด 7 ล้านเศษจากโรงชั้นหนึ่ง ยังออกไปกวาดเงินร่วม
40 กว่าล้านบาทตามสายหนัง นักร้องในเรื่องแทบทุกคน
รับงานโชว์ตัวร้องเพลงวันละหลายรอบ ถึงขนาดถอยรถโตโยต้าขับไปกินข้าวบางแสนกันสบาย
ต่อไปไม่ว่า
'มนต์รักลูกทุ่ง' จะถูกหยิบมาปัดเป่าสร้างใหม่กี่หน
ความทรงจำดั้งเดิมในต้นฉบับปี 2513 ก็ไม่มีวันลบเลือน
เสียดายฟิล์มเนกาทีฟที่ฮ่องกงมีอันสูญสลายไปแล้ว
ไม่แน่ชัดว่า เกิดไฟไหม้ที่แล็บฮ่องกง หรือเป็นเพราะเจ้าของแล็บที่นั่น
เก็บจนถึงสัญญาทำลาย พอครูรังสีตามไปหาผลงานที่รักดังลูก
จึงไม่พานพบชื่อมนต์รักลูกทุ่งในภาษาอังกฤษว่า Country
Boy Serenade ตามที่เล่าขานไว้ในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพท่านว่า
"..พอผู้บริหารออกมา เขาบอกว่าเผาไปแล้ว ผมงี้เข่าอ่อนเลย
ผมก็ว่าอยู่ที่แมนดารินแล็บ แต่หาไม่เจอ เรื่องอื่นเจอหมดยกเว้นมนต์รักลูกทุ่ง
แหมน่าเสียดาย เสียดายมาก..."
--------------------------------------------------------------------------------------------
เนชั่น สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 664 วันที่ 21 - 27 กุมภาพันธ์
2548
|