แรกกนก |
เรื่องกนก | รูปกนก | อ่านกนก | คุยกนก

................................................................................................................  






>> ชีวิตรื่นรมย์

น้ำ-แล้ง-คนเฉาแห้ง

เมื่อชีวิตลงโทลล์เวย์ราคา 20 บาทตรงหลักสี่ นั่งถามตัวเองกลางหน้าแล้งใน 2 ประเด็นว่า ต่อไปรุ่นหลานเราโตขึ้นภาวะอากาศจะเป็นเช่นไร? และสมัยที่ตัวเองเป็นเด็กเราผ่านหน้าร้อนมาได้อย่างไรหรือก่อนนั้นมันยังไม่ร้อนบรรลัยกัลป์?

เท่าที่จำได้สมัยที่ห้างใต้ฟ้ายังโอ่อ่า ห้างไนติงเกลยังคึกคัก บ้านใครติดแอร์ถือว่าหรูเลิศสะแมนแตน (สำนวนร่วมสมัยของคุณเท่ง สติเฟื่อง) ซึ่งแน่นอนมีนับหลังได้ และบ้านผมไม่มีทางถูกนับ สินสมรสราคาแพงชิ้นหนึ่งของพ่อแม่คือพัดลมตั้งโต๊ะยี่ห้อมิตซูบิชิ โลโก้ 3 ข้าวหลามตัดสีแดง ยังติดตาจนทุกวันนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยก่อนใช้กันทานทนข้ามเดือนข้ามปี ไม่เหมือนสมัยนี้เครื่องใช้ไฟฟ้ามีอายุการใช้งานสั้น แถมพยศให้ขายหน้าอยู่เนือง ๆ ดูอย่าง
รถไฟฟ้าใต้ดินสิ

บ้านไม้ทั้งหลังมีเครื่องทำความเย็นคือพัดลมเครื่องเดียว ตั้งไว้ใช้ชั้นล่างไม่ยกขึ้นยกลง ยามนอนไม่ต้องพึ่งมิตซูบิชิ ถึงเวลากางมุ้งหาอะไรมาทับกันเปิด นอนเปิดตาดูเพดานมุ้งสั่นไหวเล็กน้อยด้วยแรงลมพัดแทรกทิวแถวมะละกอผ่านช่องหน้าต่างทุกคืน แค่นี้ก็หลับสบาย เท่าที่จำได้ ผมไม่เคยนอนเหงื่อแตก และไม่เคยได้ยินพ่อแม่พี่ ๆ บ่นว่าร้อนเลย มานั่งนึกว่าอะไรหนอทำให้ทุกเดือนเมษายนปี 2510-2520 (ประมาณนี้..นานไปไหม) อากาศจึงไม่ร้อนตับแล่บคิดออกมาได้คร่าว ๆ
1) มีคลองผ่านหน้าบ้านผม แม้สีมันเริ่มตุ่น ๆ
2) มีต้นไม้ริมคลอง และมีต้นมะละกอถัดมาอีกแถว
3) มีสนามหน้าบ้าน เป็นลานกว้างที่ซึ่งรอสร้างตึกแถว (รอรื้อบ้านผม จะได้สร้างทีเดียว)
4) มีวัดอยู่อีกฟากคลอง ฝั่งนั้นมีสนามใหญ่กว่าอีก และมีต้นไม้สารพัด ทั้งชมพู่ มะม่วง ฝรั่ง ขนุน สามารถเด็ดกินได้เมื่อมันออกผล ไม่มีรถเข็นผลไม้ชุกเหมือนยุคนี้
5) มีบ้านไม้ไม่ใช่ทาวน์เฮ้าส์และไม่ใช่บ้านจัดสรร
6) ไม่แน่ใจว่ามีภาวะเรือนกระจกหรือยัง เพราะตอนนั้นไอร้อนจากเครื่องปรับอากาศมีน้อยมากรถปอ.ก็ยังไม่มี
7) ปล่องควันท่อไอเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม มีน้อยด้วย ประเทศเรายังจัดอยู่ในกลุ่มด้อยพัฒนา พึ่งพาภาคการเกษตรเป็นหลัก
8) ป่าไม้ช่างเขียวชอุ่ม ไม่งั้นพวกคอมมิวนิสต์ คงไม่ใช้ยุทธการป่าล้อมเมือง
และ 9) ไม่มีรถให้ติดเป็นหมื่นเป็นแสนคัน

เด็กยุคนี้ไม่โชคดีเหมือนเด็กยุคผมฉะนั้น ต้องปลูกฝังให้แกรู้คุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะ 'น้ำ' ผมโตมากับน้ำแข็งเปล่าที่ร้านก๋วยเตี๋ยวต้องให้ดื่มฟรี แต่เดี๋ยวนี้มีโพลาริสขายขวดละ 10 บาท แถมบางทีที่ไม่แช่เย็น เพื่อบังคับขายน้ำแข็งเปล่าแก้วละ 1-2 บาท ผมกลัวหลานจะโตขึ้นด้วยความเข้าใจว่า จะจ้วงอาบน้ำ จะสาดน้ำเล่นอย่างไรก็ได้ จึงต้องสอนให้เขาเข้าใจถ่องแท้ทุก ๆ หยดต้องเสียตังค์นะลูก ที่พูดออกอากาศไปวันก่อนไม่เกินจริงเลย ใครฉี่แล้วจะกดชักโครก ต้องเชิญให้คนในบ้านมาปลดเบาเสียก่อน ยิ่งเด็ก ๆ ปล่อยออกมากะปิ๊ด ห้ามกดเป็นอันขาด แกจะบอกให้รู้ว่าเสร็จแล้ว ลุงกะป้ามาฉี่ได้

ประมาณปี2514 ปีที่จังหวัดธนบุรี รวมกับจังหวัดพระนครเป็นนครหลวงกรุงเทพ ธนบุรี บ้านผมย้ายไปอยู่สำเหร่ ฝั่งธนฯ ตอนนั้นการประปามีการซ่อมหรือเปลี่ยนท่อใหญ่อะไรซักอย่าง ชาวฝั่งธนฯ จะไม่มีน้ำใช้ผ่านก๊อกเป็นอาทิตย์เป็นข่าวใหญ่โตมาก หนังสือพิมพ์ลงหน้า 1 ผู้คนเดือดร้อน แม้จะรู้ล่วงหน้า รัฐต้องจัดรถน้ำมาจ่ายแจก ผมจำบรรยากาศตอนนั้นได้ดี น้ำมีค่าที่สุด ใครสวมรอยหาบน้ำรอบ 2 ขณะที่บางบ้านยังไม่ได้รอบแรก
แทบจะตบกันตาย

นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ทุกครั้งที่ฝนตกผมจะเอากะละมังไปรองรับกลางแจ้งเก็บไว้ ใช้ถูบ้าน รดน้ำต้นไม้ ล้างรองเท้า เทใส่ชักโครก รองใส่โอ่งไว้ใช้ วันไหนฝนตกห่าใหญ่ ผมกับเมียจะเอาแปรงไปขัดล้างหน้าบ้าน บางทีถือโอกาสอาบน้ำไปในตัว หน้าฝนนี้ จะใช้น้ำฝนให้คุ้มทุกหยดอยากแล้งดีนัก เห็นข่าวภัยแล้งครอบคลุมหลายสิบจังหวัดแล้ว น่าสงสารครับ โดยเฉพาะภาคอีสานหลายหมู่บ้าน ไม่มีผู้นำชุมชนคอยกระตุกเตือนให้เตรียมรับมือ พอของจริงมาถึงลำบากจนลำธารแห้งขอด

คิดถึงหนังเรื่อง ลูกอีสาน ของคุณาวุฒิ หมู่บ้านโคกอีเหลว ต้องอดอยากแร้นแค้น ความแห้งแล้งสอนให้ประทังชีวิตหาสัตว์ แมลง และพืชรอบตัวมากินกันตาย ทั้งกิ้งก่า ไข่มดแดง แมงกุดจี่ กบ เขียด กระทั้งแย้ แย้ นี่เอามาย่าง ทำลาบอร่อยกว่ากิ้งก่าแต่มีน้อย มันวิ่งหนีไวมุดลงรูเร็ว ไข่มดแดง แกงใส่ผักหวานทำแบบห่อหมก เอามาก้อยหรือกินดิบ ๆ ใส่ต้นหอมโรยข้าวคั่ว รสชาติมัน ๆ เปรี้ยว ๆ แมงกุดจี่เลือกตัวอ่อน ๆ สีขาวออก ปรุงคล้ายไข่มดแดง พูดแล้วคนอีสานบอก ถึงเชล์ไม่ชวน ข้อยก็จะชิม

ลูกอีสานออกฉายปี 2525 แทบไม่มีดาราดัง ยกเว้นคุณป้าศิรินทร์ทิพย์ ศิริวรรณ และคุณไกรลาศ เกรียงไกร เป็นหนังไทยที่ต้องอ่านคำบรรยายไทยไปด้วย สำหรับคนไม่กระดิกภาษาอีสาน หนังดูสนุกแบบสารคดี ภาพที่ครอบครัวด.ช.คูน อพยพหลบแล้ง สองเท้าย่ำไปในดินแยกแตก กล้องถ่ายมุมสูง เห็นอาณาบริเวณความแห้งระแหงสุดลูกหูลูกตา ดูแล้วจะรู้ว่าธรรมชาติโหด ตอนที่ส่งไปฉายเมืองนอก ฝรั่งเห็นยังตกใจอดร้อนเท้าไม่ได้ ถ้าตอนนี้เรายังใช้น้ำเหมือนเด็กไม่ได้รับการสั่งสอน พอเดือนเมษายนอีกไม่กี่ปีข้างหน้ามาถึงเราจะได้ร้อนเท้ากันจริง ๆ

--------------------------------------------------------------------------------------------

เนชั่น สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 669 วันที่ 28 มีนาคม - 3 เมษายน 2548

+ ขอบคุณ 'น้องปอ' สำหรับข้อมูลนะครับ ^^

 
 
 
2004 © www.allaboutkanok.com - designed by jui - best view in 1024 x 768 pixel