แรกกนก |
เรื่องกนก | รูปกนก | อ่านกนก | คุยกนก

................................................................................................................  






>> ชีวิตรื่นรมย์

อาคาเนะ ฮารุยาสุมิ

ฤดูแห่งการโยกย้ายก็มาถึงแล้วครับ ใครที่รู้ว่าถึงเวลาไป ต่างก็เก็บข้าวเก็บของ ใจหายที่เห็นสิ่งของบางชิ้นสื่อแสดงถึงเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี สายตาบันทึกความทรงจำสุดท้ายของสถานที่ จากนี้จะไม่มีเรามาที่ห้องนี้อีก เราจะไปหนไหนได้พบเพื่อน ๆ อีกหรือไม่ อยู่ที่การแข่งขัน บางคนบอกอยู่ที่เส้นสาย อีกบางคนบอกอยู่ที่อะไรจุ๊กจิ๊กใต้โต๊ะ

พูดถึงเส้นสายการวิ่งเต้น และใต้โต๊ะนั้น ไม่ได้หมายถึงฤดูการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย หรือโยกย้ายทหาร ตำรวจนะครับ ผมกำลังพูดถึงเด็ก ๆ ที่จบป.6 ต้องไปเรียนต่อม.1 ที่อื่น มีใครไม่เชื่อว่าเรื่องแบบนี้ไม่ต้องพึ่งเส้นสาย หรือไม่ต้องหว่านเงินบำรุงการศึกษา..? ไม่มีนะครับ เอาเป็นว่าเข้าทุกคนใจตรงกันและไม่แปลกใจ

ผมเคยคุยกับ ผ.อ. โรงเรียนพอจะดังอยู่ท่านหนึ่ง คุยแล้วรู้สึกโชคดี ที่ตัวเองไม่มีวันไต่เต้าไปนั่งในตำแหน่งสำคัญเช่นนั้น ไม่งั้นเส้นเลือดในสมองคงแตกวันละหลาย ๆ เส้น การวิ่งเต้นมีตั้งแต่เครือญาติ เพื่อนร่วมรุ่น พระห่มผ้าเหลือง สีกากี สีเขียว สีม่วง (ไม่ใช่คน) สีเทา (ไม่ใช่ตลก) ผู้นำท้องถิ่น หัวคะแนน จะถึงคนที่แอบอ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่ระดับรัฐมนตรีหรือมันอาจรู้จักจริง ๆ ก็ไม่ทราบได้

พูดถึงเรื่องนี้ของอนุญาตเล่าเรื่องส่วนตัวสักเล็กน้อย (ทั้งที่เมียสั่งห้ามให้หยุดพูดเรื่องที่บ้านซักที) เป็นเรื่องของหลานผม 2 คน คนหนึ่งโตจนจะขึ้นม.1 เทอมหน้า คนนี้ตลกพิลึก เด็กคนอื่นอยากเข้าโรงเรียนดัง ๆ แต่แกอยากเข้าโรงเรียนปานกลาง ผมฟังชื่อแล้ว ยังต้องตามไปดูว่ามีโรงเรียนอยู่แถวนั้นจริงหรือ ? พอไปเห็นแล้ว ผมในฐานะผู้ปกครองร่วมรู้สึกพอใจมากทั้งสภาพแวดล้อม บรรยากาศ และเกียรติประวัติ ทุกโรงเรียนมีเกียรติประวัติ แม้จะไม่มีลูกหลานรอมอตอเรียนอยู่ ไม่มีเงินบำรุงการศึกษามากมาย หรือไม่มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาคอยควบคุมสภาพการจราจรหน้าโรงเรียน ขอแค่อบรมให้การศึกษาเด็กทุกคน ส่งต่อให้ได้เล่าเรียนในระดับถัดไปเท่านั้นถือว่าได้ทำหน้าที่ของโรงเรียนแล้ว ผมให้ความมั่นใจว่าหลานว่าที่นี่เหมาะแก่การเรียน พร้อมให้กำลังใจแก เตรียมตัวสอบให้เต็มที่ แม้จะรู้ว่าสภาพการแข่งขันที่นี่ไม่ดุเดือด ส่วนเรื่องของหลานอีกคน อายุ 6 ขวบ ตอนนี้กำลังยุ่งอยู่กับการต้อนรับเพื่อนต่างชาติ มาจากญี่ปุ่น เห็นไหมว่าหลานผมไม่ใช่กิ๊กก๊อก มีระดับของการคบพอสมควร

เพื่อนเขาเป็นเด็กหญิงเช่นกัน อายุ 7 ขวบ ชื่อ อาคาเนะ แปลว่าส่องประกาย ทอแสงสายรุ้ง เด็กคนนี้จะมาเมืองไทยปีละครั้ง เพราะบ้านเขาช่วงนี้ปิดเทอมเหมือนกัน เด็กสองคนนี้เคยเล่นกันเจี๊ยวจ๊าว ปีที่แล้วตอนที่ทั้งคู่อายุน้อยลงกว่านี้ 1 ขวบ (แน่อยู่แล้ว) มาหนนี้ผมถามยัยหลานสาวด้วยความสงสัยจริง ๆ ว่า "หนูคุยกันรู้เรื่องเหรอ?'' ปรากฏว่าอาทิตย์หนึ่งผ่านไป ผมถึงขั้นหนวกหูเลยครับ ส่วนใหญ่หนักไปทางเสียงหัวเราะ

แม่อาคาเนะ เป็นสาวไทย ไปขุดทองทำงานที่จังหวัดนางาโน่ แล้วลงหลักปักฐานแต่งงานกับหนุ่มญี่ปุ่น มีลูกน้อยจ้ำม่ำคือเพื่อนหลานของผมคนนี้ ปีหนึ่ง ๆ แม่จะพาอาคาเนะมาพบคุณยายที่กรุงเทพฯ แถวห้วยขวาง เลือกช่วงปิดเทอม ซึ่งญี่ปุ่นมีปิดเทอม 3 ครั้งใน 1 ปีแต่ละครั้งประมาณ 2 สัปดาห์ อย่างเปิดตอนนี้เรียกว่า ฮารุยาสุมิ ถัดไปปิดเดือน 8 เรียกว่า นะสึยาสุมิ และทุกเดือน 11 จะปิดนานหน่อยเรียกว่า อากิยาสุมิ ชั้นเรียนของญี่ปุ่นแบ่งคล้ายเรา มี ป.1 - ป.6 แล้วต่อม.1 - ม.3 ก่อนจะไปเรียนแบบปวช. เวลาเข้าเรียนใกล้เคียงกับ 8 โมงถึงบ่าย3
ผมจำชื่อครูประจำชั้นของอาคาเนะไม่ได้ แต่ที่ญี่ปุ่น เด็กจะมีครูประจำชั้นคนเดียวคนเดิมตั้งแต่ ป.1 จนจบป.6นัยว่าครูรู้จักเด็กเป็นอย่างดี ทุกมิติ ชอบเรียนวิชาไหน อ่อนวิชาอะไร การมีครูประจำชั้นคนเก่านี่เอง เวลาอาคาเนะ ปิดเทอมเพื่อขอขึ้นป.2 ในเทอมหน้า คุณครูจึงมีการบ้านให้เด็กทำ อยู่โรงเรียนถ้าเด็กทำอะไรไม่ถูก จะไม่มีการเฆี่ยนตี หรือหลอกให้เด็กอมนกกระจอก นกของเขา เป็นอันขาด การลงโทษคือการเรียกเด็กมาคุยให้เข้าใจว่าสิ่งที่ทำไม่ถูกต้องเเค่นี้เองครับ

ผมถามเด็กน้อยชาวญี่ปุ่น (ผ่านแม่) ว่าตอนเข้าเรียนหนังสือใครไปส่งคุณพ่อหรือคุณแม่ หรือมีรถมารับ? ปรากฏว่าเด็กญี่ปุ่นส่วนใหญ่เดินไปเรียน จับกลุ่มเดินกันไปไม่ต้องกลัวรถชน ไม่ต้องเกรงคนเมายาจับเป็นตัวประกัน ที่เขาทำได้เพราะมีระบบเรียนหนังสือใกล้บ้านตามเขตพื้นที่ มีประสิทธิภาพมาก ไม่ใช่จับลูกถ่อไป 3-4เขตเพราะโรงเรียนนั้นดังมาก

นอกจากโซ้ยโซบะและดูการ์ตูนพร้อมหลานแล้ว ผมไม่เคยมีอะไรข้องแวะกับประเทศของนายกฯ โคอิซูมิ แต่เชื่อว่าระบบการศึกษาของเขาไม่กระจอกแน่ อาคาเนะทานข้าวเรียบร้อยมาก รู้จักเขี่ยเม็ดข้าวตรงขอบจานตลอดมื้อไม่ยักเหมือนหลานเรา สาธิตการทานกระจายได้สุด ๆ ตอนเด็ก 2 คนกินแตงโมก็เห็นความแตกต่าง คนหนึ่งหยิบมาทั้งชิ้นฝังหน้าลงไปหม่ำ คายเม็ดเป็นระยะ อีกคนใช้ส้อมเขี่ยเม็ดออกก่อนแล้วค่อย ๆ ตัดกินเป็นคำ ๆ คุณว่าคนไหนคือหลานผม?

อาคาเนะชอบทานผัก มะเขือเทศ ผลไม้เกือบทุกชนิด และชอบทานสลัดผัก ขณะที่เด็กไทย เท่าที่ผมรู้ไม่ค่อยชอบทานผัก ทั้งหมดนี้คุณแม่เขาบอกครูประจำชั้นเป็นผู้สอน ก่อนที่อาคาเนะจะขึ้นเครื่องมา ที่นางาโน่มีหิมะตก แต่พอเครื่องลงที่ดอนเมือง อาคาเนะเหงื่อชุ่มเลย คืนแรกที่ห้วยขวาง เด็กคนนี้ถูกอากาศร้อนเมืองไทยรังแกจนร้องไห้ ร้อนจนคุณแม่ต้องติดแอร์ให้ลูกนอน หลายวันที่ผ่านมาแกมาเล่นกับหลานที่บ้านผม คุณยังสงสัยไหมว่า สองสาวสองแผ่นดินนี้สื่อสารกันยังไง ด้วยมิตรภาพที่เปิดกว้างของความเป็นเด็ก ไม่มีทิฐิ ไม่มีฟอร์ม ผมสังเกตทั้งสองคน หนักไปทางพูดตามกัน อีกคนพูดอะไร อีกฝ่ายพูดตาม แล้วก็หัวเราะกันคิกคักทั้งคู่ หลานผมมันก็สุ ๆ โนะ ๆ ไปเรื่อยเปื่อย แต่อาคาเนะกลับพยักหน้าเข้าใจ เอ่อ! ไปกันได้

ฉบับหน้าผมจะมาต่อว่า มีการละเล่นบางอย่างของเด็ก ๆ ที่ความแตกต่างทางภาษาและเชื้อชาติ มิอาจขวางกั้น อย่าพลาดนะครับ ซาโยนาระ

--------------------------------------------------------------------------------------------

เนชั่น สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 670 วันที่ 4 - 10 เมษายน 2548

+ ขอบคุณ 'น้องปอ' สำหรับข้อมูลนะครับ ^^

 
 
 
2004 © www.allaboutkanok.com - designed by jui - best view in 1024 x 768 pixel