แรกกนก
|
เรื่องกนก
|
รูปกนก
|
อ่านกนก
|
คุยกนก
................................................................................................................
>> ชีวิตรื่นรมย์
อาคาเนะ ซาโยนาระ
ความเดิมตอนที่แล้ว เจ้าภาพไทยแลนด์มีโอกาสพบหน้าอาคันตุกะจากญี่ปุ่น ทั้งคู่จะพบกันปีละครั้งช่วงปิดเทอมใหญ่ แดนปลาดิบปิดเทอมปีละ 3 ครั้ง เด็ก ๆ เรียนหนังสือใกล้บ้าน ใกล้ชนิดเดินไปสบาย ไร้ปัญหาพ่อแม่ต้องแหกม่านตาไปส่งลูกแต่เช้ามืด ค่านิยมเข็นเด็กเข้าโรงเรียนดัง ไม่ปรากฏเห็นชัดเท่าบ้านเรา เด็กมีครูประจำชั้นคนเดิมตั้งแต่ป.1 ถึงป.6 คุณครูจึงรู้จักเด็กนักเรียนทุกคนเหมือนรู้จักลูกตัวเอง ผู้ปกครองก็เบาใจ ปิดเทอมไม่มีเรียนพิเศษ เพราะปิดกันช่วงสั้น ๆ แค่ 2 สัปดาห์ นักเรียนจะได้หยุดกันอย่างแท้จริง
ที่ญี่ปุ่นมีชั้นอนุบาลเช่นกัน เรียกว่า โยจิเยน เด็ก 4-5 ขวบ สามารถเข้าเรียนชั้นนี้ได้แล้ว พอ 6 ขวบจึงขึ้นป.1 พอ ๆ กับอายุเด็กไทยชั้นเดียวกัน ผิดตรงไหนที่เด็กเขาสมัครเรียนกลางเทอมได้เลยไม่ต้องรอหมดเทอมจึงค่อยตั้งต้นพร้อมเพรียง แล้วมีวิธีการสอนไล่ให้ทันกันอย่างไรนั้นผมไม่ทราบ ค่าเทอมที่นั่นจ่ายเป็นเดือนไม่ใช่จ่ายเป็นเทอมก้อนมหึมาจนบางบ้านของเราแทบเป็นลม ที่ญี่ปุ่นชั้นประถมต้นเดือนหนึ่งจ่ายประมาณ 2 หมื่น 8 พันเยน อัตราแลกเปลี่ยนตอนนี้100 เยนเท่ากับ 35บาท หารดูแล้วเดือนหนึ่งจ่ายประมาณเกือบหมื่นบาทหนักเอาการแฮะ!
แขกจากญี่ปุ่น อยู่ง่ายกินง่าย ทานผักเก่งมากกว่าเด็กไทย ลืมบอกไป แขกคนนี้อายุ 7 ขวบชื่ออาคาเนะ ส่วนเจ้าภาพฝ่ายต้อนรับอายุ 6 ขวบ เป็นหลานผมเองน่ารักน่าเอ็นดูทั้งคู่ ผมต้องเขียนถึงเด็กหญิง 2 คน 2 แผ่นดินนี้ ด้วยความฉงนในตอนแรก คนหนึ่งเป็นลูกครึ่งเกิดและโตที่ญี่ปุ่น พูดไทยไม่ได้เลยยกเว้นคำว่า "สวัสดีค่ะ'' ที่แม่คนไทยเพิ่งสอนขณะลงจากเครื่องบิน อีกคนพูดได้ภาษาเดียวไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่นและไม่กินผัก แต่เด็ก ๆ สร้างมิตรภาพได้เร็วไม่แพ้รถไฟฟ้าวิ่ง แถมมีภาษาสากลที่ทำเอาบ้านผมเจี๊ยวจ๊าวทั้งวันคือเสียงหัวเราะ ไม่รู้คุยกันได้ยังไง ที่หัวเราะคิกคักผมยังไม่แน่ใจเลยว่าเรื่องเดียวกันหรือเปล่า?
หลายครั้งที่ทั้งสองพูดตามกันโดยไม่รู้ความหมาย เวลาดูการ์ตูนญี่ปุ่นหลานผมจะพากย์ไทยให้ฟังตลอด ซึ่งการ์ตูนก็พากย์ไทยอยู่แล้ว เค้าเป็นห่วงเพื่อนไม่รู้เรื่องมากกว่าจะรู้ว่าการ์ตูนเรื่องนั้นอาคาเนะดูมาตั้งแต่บ้านเกิดแล้ว
แย่เอาการที่อากาศเมืองไทยไม่เป็นใจต้อนรับแขก อุณภูมิร้อนถึงขั้นเด็กญี่ปุ่นเกิดมาไม่เคยเจอ (เด็กไทยก็ไม่เคยพบ) เลยต้องพาเด็ก ๆ ไปนอนแช่น้ำเล่นในโรงแรมที่พัทยา ทั้งคู่สนุกจนลืมโลก และเป็นครั้งแรกที่ผมคิดว่าพูดแล้วอาคาเนะเข้าใจภาษาเรา ''ขึ้นจากสระได้แล้ว เดี๋ยวจะได้ไปกินข้าวกัน'' อาคาเนะเกาะห่วงยาง พุ้ยน้ำหนีไปนู่น
เด็กญี่ปุ่นคนนี้ กินข้าวเก่งมาก มื้อละ 2 จานทุกครั้ง ทุกมื้อต้องมีไข่เจียว หรืออาจมีน่องไก่ทอด คุณแม่เขาบอกอยู่ที่นางาโน่ กินไข่เจียวแทบทุกมื้อ ไข่ญี่ปุ่นหากใครเคยหม่ำจะรู้สึกว่ารสชาติออกหวาน ๆ ใส่หมูสับลงไปหน่อย อาคาเนะซัดเบิ้ลทุกมื้อ หลายครั้งแม่ไม่ต้องลงมือเอง เพียงแค่ไปที่ตู้ขายอาหารหยอดลงไป 500 เยน ก็ได้ข้าวหน้าหมูทอดสำหรับลูกแล้ว อาหารจานด่วนในญี่ปุ่นมีดาษดื่น ตั้งเป็นตู้ ๆ ให้คุณยืนอ่านเมนูตกลงใจจะหม่ำข้อไหน จึงหยอดเงินตู้จะพิมพ์รายการอาหารที่เรากดออกมาให้ ไม่ใช่หล่นลงมาทั้งจานนะครับ แล้วเราจึงนำคูปองไปแลกกับพนักงานด้านหลังตู้ เขาจึงจะยื่นอาหารให้ เราก็จัดการอาหารมื้อนั้นในลักษณะยืนทานครับ เพราะนี่เป็นซุ้มแบบกินด่วนจริง ๆ
หากคุณจะทานในร้าน เหมือนทานในร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งมีให้เห็นมากมายในไทย ของเราเข้าใจว่าผู้คนคงนิยมรสชาติอาหารแดนปลาดิบเอามาก ๆ เห็นเข้าคิวรอโต๊ะว่างกันจนล้น ที่นั่นถ้าเป็นร้าน เขาจะแบ่งประเภทขายชัดเจน จะราเมง จะซูชิ จะเทมปุระเลือกเอาซะอย่าง ร้านละประเภทเท่านั้นไม่เหมือนพี่ไทย ขายอาหารญี่ปุ่นตั้งแต่โซบะยันปลาเเซลมอน
พออาคาเนะทานเสร็จแล้ว จะตามด้วยผลไม้เสมอ โดยเฉพาะแตงโม ที่ญี่ปุ่นแตงโมแบ่งขายเป็นเสี้ยว ชิ้นนึงแปลเป็นไทยราคาร้อยกว่าบาท อาคาเนะอินไทยแลนด์ สามารถหาซื้อแตงโมได้ ตามเเฟรนไชส์รถเข็นทั่วเมือง ชิ้นละ 10 บาท!! ผมเห็นเธอกินจนตัวกลมเป็นลูกแตงโมเลย
ผลไม้ในญี่ปุ่นออกมาเป็นฤดูกาลคล้ายกัน แต่ไม่หลากหลายเท่า ชนิดที่มีเยอะคือลูกท้อ กับเกาลัด ลูกท้อผลใหญ่เกือบเท่าลูกตระกร้อเชื่อมั้ย ขนาดลูกเทนนิสถือว่าเด็ก ๆ ส่วนเกาลัดมีมากจนราคาตก ไม่ค่อยนิยม เมื่อก่อนมีผลไม้ไทยบุกไปจำหน่ายมาก แถมราคาดีเดี๋ยวนี้หลายอย่างภาพลักษณ์เสียอย่างมะม่วงน้ำดอกไม้ พอพบหนอนเข้าหน่อย แกะเจอมะม่วงช้ำเป็นแถบพี่ยุ่นเล่นไม่สั่งซื้ออีกเลย กล้วยยังไปสั่งนำเข้าจากฟิลิปปินส์ คิดดูเถอะครับ
กลับมาเฉลยคำตอบจากฉบับที่แล้ว การละเล่นที่พรมแดนไม่อาจขวางกั้น ความแตกต่างทางวัฒนธรรมทำอะไรไม่ได้ นั่นคือ ไซโชกุ้ด เสี่ยงออก ค้อน กระดาษ กรรไกร เหมือนหลานผมเล่นเป่ายิ้งฉุบเลย ไม่น่าเชื่อว่าอยู่ห่างกันทางเครื่องบินถึง 6 ชั่วโมง ทั้งสองประเทศยังมีการละเล่นพื้นฐานเหมือนกัน จนดูไม่ออกว่าใครเป็นต้นตำรับ หรือจะเป็นประเทศที่ 3-4-5 อยากรู้จริง ๆ มีอีกกี่ประเทศที่กำลัง' 'ยันยีเยา ปั๊กกะเป้ายิ้งฉุบ''
ด.ญ.ส่งประกายทอแสงสายรุ้งหรือ อาคาเนะ กลับไปหลายวันแล้วครับ ขณะที่ท่านอ่านเนชั่นสุดฯฉบับนี้ที่ญี่ปุ่นเปิดเทอมแล้ว พร้อมดอกซากุระบานสะพรั่ง หลานผมจะตั้งหน้าตั้งตารอปิดเทอมใหญ่ปีหน้า เพื่อจะไปนอนแช่น้ำ หัวเราะตามประสาเพื่อนรักต่างแดนต่อไปทุกปี
--------------------------------------------------------------------------------------------
เนชั่น สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 671 วันที่ 11 - 17 เมษายน 2548
+ ขอบคุณ 'น้องปอ' สำหรับข้อมูลนะครับ ^^
2004 © www.allaboutkanok.com - designed by jui - best view in 1024 x 768 pixel