แรกกนก |
เรื่องกนก | รูปกนก | อ่านกนก | คุยกนก

................................................................................................................  






GM 287 VOL.19
ปักษ์หลัง : พฤษภาคม 2547
By : Chon



GM : สำหรับคู่หูอย่างคุณธีระ คุณมีส่วนในการเลือกเขาเข้ามาด้วยหรือเปล่า
กนก : เป็นคุณสุทธิชัย เพราะว่าเหตุการณ์ของคุณสรยุทธ มันเกิดขึ้นเร็วมาก แล้วก็คุณสุทธิชัยเลือก

GM : คุณสุทธิชัยมองเห็นอะไรในตัวคุณธีระ
กนก : คุณธีระ ขยันทำการบ้าน คนในวงการนี้ขยันทำการบ้านทุกวันนี้หายาก ความจริงมันดูไม่ยาก ก็เพียงแค่คุณมาอ่านข่าวมาก ๆ เตรียมตัวมาก ๆ แต่มันไม่ค่อยมีคนทำ มันก็แปลก ทุกคนก็จะคิดว่า เดี๋ยวเข้าไปพูด ๆๆ ซึ่งมันเป็นการละเลยสิ่งสำคัญที่สุด แต่คุณธีระไม่เลย ตั้งแต่สมัยอ่านข่าวแล้ว ถ้าเป็นผู้ประกาศ เขาจะมาเตรียมอ่านก่อน เขาจะซ้อม อันนี้คือสิ่งที่มืออาชีพเขาทำ ถามว่าซ้อมมากแค่ไหน มากเท่าเวลาที่คุณมี แต่เขามีข้อดีตรงนี้มาก เขาขยันมาก ขยันจนผมต้องบอกว่า อย่าไปซีเรียสมากนัก คุณไปทำอย่างอื่นบ้างไป… แป๊บ ๆ เออพี่.. ผมจบแบบนี้ดีไหม แป๊บ ๆ เออพี่.. คำถามนี้ผมควรจะถามไหม เขาถามทั้งวันเลย แต่ทั้งหมดนี้บอกว่าเขาเป็นคนที่เตรียมตัวดีมาก คุณจับตาดูเขาให้ดี เขาจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในวงการนี้… ก็ไม่ได้มาจากอะไรเลย มาจากเขาเตรียมตัวนั่นเอง

GM : แล้วตัวคุณเองใช้เวลาในการอ่านข่าว หรืออ่านข้อมูลประกอบต่าง ๆ ต่อวันมากแค่ไหน

กนก : ก็แทบจะตลอดเวลา ยกเว้นถ้ากลับบ้านอยู่กับภรรยา ผมก็เกรงใจเหมือนกัน พยายามหาเวลาดูหนังบ้าง อ่านอย่างอื่นบ้าง แต่ก็อดไม่ได้เวลาเปลี่ยนช่องไปเจอข่าวก็ขอดูนิดนึงก่อน

GM : วัน ๆ หนึ่งมีข้อมูลเข้ามาเยอะแยะ จะรู้ได้อย่างไรว่าอันไหนเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพเอามาใช้ได้
กนก : มันเหมือนกับคนหนังสือพิมพ์ของเรานั่นแหละ จะมีข่าวเข้ามาเยอะมาก… จากทั่วโลก ต้องเลือกกันว่าจะเอาข่าวไหนพาดหัวใหญ่ หัวรอง ข่าวไหนอยู่หน้าใน เหมือนกัน ข่าวไหนลีด ที่นี่มีประชุมข่าว 2 รอบ ตอนเช้า-ตอนบ่าย ตอนบ่าย สำหรับรายการตอนค่ำ ผมจะประชุมข่าวหัวหน้าโต๊ะ แต่ละโต๊ะ เศรษฐกิจ การเมือง ต่างประเทศ ภาษาอังกฤษ สังคม มาประชุมกัน ทุกคนก็จะมีหน้าที่สรุปว่าวันนี้มีอะไรบ้าง เราก็จะนั่งเลือก ร่วมแสดงความคิดเห็น ข่าว 3 ทุ่มเอาอะไรลีด แล้วจะทำลูกเล่นอะไร ลีดแล้วจะสัมภาษณ์ใคร หลักของผมคือ คุณต้องไปแทนใจคนที่ดูทีวีให้ได้ว่า เขาสนใจข่าวอะไร รายการเราอยู่ TTV ออกอาศเฉพาะกรุงเทพและปริมณฑล ฉะนั้น ข่าวที่ไกลปืนเที่ยง ถ้ามันไม่ใหญ่จริงๆ บางทีก็ไม่จำเป็นต้องเป็นข่าวหนึ่ง เพราะคนภาคอื่นก็ไม่ได้ดูเรา พูดถึงข่าวภาคอื่นมาก ๆ คนก็อาจจะไม่อยากดูก็ได้ บางทีคุณเลือกเอาข่าวดี ๆ ข่าวเรื่องโหมโรงก็ได้ หรือข่าวที่มันออกไปทางบันเทิง ข่าวดาราบวชก็ได้ มันจะต้องรู้ว่า ข่าวพวกนี้จะต้องพาดหัวแน่นอน พาดหัวใหญ่แน่ และหลักอีอย่างหนึ่งก็คือว่า ใกล้ตัวคนดู


GM : เกี่ยวไหมว่า ข่าวที่คุณชอบ คนดูก็ต้องชอบด้วย
กนก : ไม่หรอก ข่าวบางข่าวผมก็ไม่ชอบ

GM : เช่นข่าวอะไร
กนก : ข่าวพวกดาราเป็นลม นักร้องเป็นลม ผมไม่ค่อยชอบ


GM : แล้วที่ดาราโดนเอฟเฟ๊กต์หล่นใส่
กนก : ผมก็ไม่ค่อยชอบ แต่บางทีเจตนาผมเป็นหยิกแกมหยอกสื่อด้วยกันเอง… ขำไงข่าวดาราบวชข่าวเดียวกัน เอ๊ะ! ฉบับนี้เล่นอะไร ไปจับตรงที่ว่าใครถือหมอน ฉบับนี้ไปดูประเด็นที่ว่าบวชพร้อมกัน หรือฉบับนี้ก็เล่นไม่เลิก พรุ่งนี้ลงต่อ อะไรแบบนี้ คือผมจะแทนใจว่า คนดูน่าจะชอบอะไร แต่ที่มักจะทำเสมอคือ พยายามอย่าให้คนดูจับทางถูก พยายามพลิกแพลง ถ้ามันมีภาพต่างประเทศที่มันเป็นภาพที่หายาก คุณเอาไว้ข่าวแรกเลย ไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับ ข่าวนายกฯ ข่าวการเมือง ข่าวรัฐมนตรี ไม่จำเป็น เอาข่าวนั้นเลย

GM : จะไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าคนดูรู้ว่าช่วงเวลานี้จะได้เจอกับอะไร

กนก : ไม่จำเป็น


GM : คือคุณมั่นใจว่าเขาดูรายการคุณตลอด
กนก : ผมว่าถ้าเราจับทางอะไรไม่ถูก เราจะดู อย่างเวลาผมดูหนัง เฮ้ย! ไอ้นี่เป็นผู้ร้าย ชัวร์! มันก็ไม่สนุก แต่ถ้าเอาตอนจบมาไว้ตอนต้นก่อน แล้วฉากนั้นมันก็ยังไม่จบถึงที่สุด แต่หยุดเรื่องเอาไว้ แล้วไปเรื่องอื่น เสร็จแล้วมันก็กลับมาใส่ส่วนที่ค้างไว้ตอนต้นเรื่อง เออ… มันสนุกดี มันเหมือนคนทำเล่นกับเรา มีชั้นเชิง หลอกเราได้ มันสร้างสรรค์ดี การทำรายการทีวีก็เหมือนกัน ซึ่งความจริงตอนนี้ก็ยังไม่ถือว่าดี


GM : ภาพดี ๆ ที่คิดเป็นอย่างไร
กนก : มันต้องทุกวันเลย ต้องมีอะไรที่เป็นลูกเล่น ผมยังบอกทีมงานว่า อย่าลืม… นี่เป็นทีวี ถ้ามันมีภาพได้จะดี แต่ถ้าไม่มีภาพ เราก็ทำได้เท่าทีอาวุธเรามีอยู่ คุณต้องหาอะไรมาเล่น ต้องรู้จักเลือกเข้าไปถึงหน้าใน ดูว่า เออ… ข่าวนี้น่าสนใจ จำเป็นต้องอยู่หน้าหนึ่ง คือผมทำตั้งแต่สมัยอยู่วิทยุ เมื่อก่อนผมจัดรายการเพลง คนอื่นมาถึงก็ต้องเปิดเพลงตามคิวเพลง มีอยู่ 10 เพลงนี้ แต่บางทีผมก็อยากเปิดเพลง "สิบหมื่น" บ้าง เปิดเพลง "มนต์รักลูกทุ่ง" บ้าง ทั้งที่เป็นคลื่นเพลงสตริง ยุคอัสนี-วสันต์นี่แหละ บางครั้งผมก็เปิดเพลงจีน เปิดเพลงระนาด เพลง "ปอบผีฟ้า" บ้าง…สนุกดี คือต้องสร้างสรรค์ ไม่อย่างนั้นมันก็นิ่ง

GM : ดูคุณก็พยายามสร้างอะไรแปลกใหม่ในงานที่ทำ แต่ทำไมในเส้นทางการเป็นนักจัดรายการวิทยุ ในช่วงที่ผ่านมาของคุณ จึงไม่ประสบความสำเร็จ… หรือเขาไม่ชอบฟัง"ปอบผีฟ้า"กัน
กนก : คือมันไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอก (ยิ้ม) คือเขาให้เปิดเพลงวัยรุ่น คุณก็เปิดเพลงวัยรุ่นไปสิ แต่ผมมันชอบแหกคอกเขาตลอด สมมุตินักร้องคนหนึ่งออกอัลบั้มมาชุดหนึ่ง ทั้งหมด 10 เพลง เขาไม่ได้ให้คุณทั้งหมดเต็มแผ่น เขาจะให้คุณมาเปิดได้แค่ 2 เพลง เพราะเป็นเพลงโปรโมต แล้วอีกสัก 2 อาทิตย์ ก็เปิดอีก 2 เพลง ค่อย ๆ ไล่ไป แต่ผมก็อยากเปิดเพลงอื่น เปิดเพลงที่เราชอบ เลยไปซื้อเทปมาเปิด ถามว่าผิดไหม… ก็ไม่ผิด เพราะอย่างน้อยผมรับคิวเพลง ต้องเปิดเพลงให้อัสนี-วสันต์ ผมก็เปิดให้ แล้วเขาให้พูดเรื่องที่มันวัยรุ่น ผมก็อยากพูดเรื่องข่าว เมื่อก่อน เขาชอบให้พูดเรื่องข้อมูลในนิตยสารผู้หญิง ที่ว่าผู้ชายใส่เสื้อสีนี้เป็นคนยังไง กินไอติมรสนี้เป็นคนนิสัยยังไง แล้วผมจะพูดได้ยังไงล่ะ… เฮ้อ! มันตลกนะ แล้วมันต้องมีแบบสอบถาม แบบทำแล้วบวกคะแนน ถ้าคุณได้คะแนนเท่านี้ คุณเป็นคนอย่างนี้ โห! มันปัญญาอ่อนป่าววะ (หัวเราะ) วัยรุ่นเขาอยากรู้ว่า วันนี้พี่อัสนีจะไปแสดงคอนเสิร์ตที่ไหน เพลงนี้มีที่ไปที่มายังไง แต่ผมก็ไม่พูด ทางเจ้าของเวลาเขาก็เตือนว่า เฮ้ย! กนก มันจะดีหรอ ผมก็บอกดีมากเลยนะพี่ กำลังจะเลือกตั้งผู้ว่าฯ เขาจะได้รู้ว่าใครกำลังมาแรง พอครบสัญญาปีหนึ่ง เขาก็เลิกจ้างเรา…มันชัวร์อยู่แล้ว (ยิ้ม)

GM : ในยุคที่ทุกสื่อพยายามบอกว่า ตัวเองทำหน้าที่เพื่อสนองความอยากรู้ของประชาชน… เราฝากความหวังในการเสนอข่าวไว้ กับประชาชนคนรับสื่อได้จริง ๆ หรือ ถ้าสิ่งที่เขาควรรู้ เขาไม่ได้อยากรู้
กนก : ยุคนี้คนบริโภคข่าวก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ แต่ก็สามารถชี้นำได้ ค่อยๆ พัฒนาเขาได้ ก็เหมือนละคร… ทำไมมานั่งสร้างแบบกรี๊ด ๆ กัน มีตัวอิจฉา บ้านหลังหนึ่งจะต้องมีคนรับใช้ มีเจ้าของบ้านที่ดูเหมือนไม่ได้ทำงาน มีเรื่องจะต้องหึงกัน และคนรับใช้ก็จะต้องแบ่งว่า อันนี้เป็นคนรับใช้ของฝ่ายอิจฉา พอถามทำไมต้องสร้างอย่างนี้ ตั้งแต่สมัยผมเด็ก ๆ … คนดูชอบ ผมว่าค่อย ๆ เปลี่ยนคนดูได้ อย่างผมจัดรายการข่าว เมื่อก่อนถามว่าเด็กวัยรุ่นดูไหม… ไม่ดูหรอก แต่สมัยนี้ดูมากขึ้น เพราะอะไร เพราะเราคุยสบายขึ้น ไม่มีฟอร์แมต… ไม่มีแล้วแบบกราบเรียนท่านรัฐมนตรี อยากขออนุญาตถามเรื่องนี้ ๆ นะคะ แล้วก็แบบเกรงใจ ๆ บางทีอยากพูดอะไรออกไปเชิงเสียดสี หรือไม่เชื่อหรอก ที่นักการเมืองคนนี้พูด แต่ก็ไม่กล้า แล้วทำไมต้องไม่กล้า เราก็พูดไปเลย แล้วเราก็ต้องรู้ว่า คนดูของเราหลากหลายมากขึ้น ข่าวภาษากฎหมาย พวกร่าง พ.ร.บ.เราใช้คำง่ายๆ เด็ก ๆ ก็ดูรู้เรื่อง ไม่ใช่เอะอะก็จีดีพี ตัวเลขการเจริญเติบโตอะไร ฟังไม่รู้เรื่องเลย พอเขาดูรู้เรื่อง ก็อยากดู ไม่มีใครอยากดูหนังที่ไม่รู้เรื่อง เขาก็อยากดูหนังที่รู้เรื่องแล้วก็สนุก แล้วพอเรารู้ว่ามีเด็กดูปุ๊บ เด็กกลุ่มนี้สนใจอะไร สนใจมือถือ แฟชั่น ฟุตบอล การใช้โทรศัพท์มือถือ เรื่องอินเตอร์เน็ต เรื่องเบ็คแฮม มันจะค่อย ๆ เปลี่ยนเขา เหมือนกัน ถ้าละครค่อย ๆ เปลี่ยน โทนมันอาจไม่เหมือนทุกวันนี้ก็ได้

GM : ข่าวแบบไหนที่คุณชอบเป็นการส่วนตัว แล้วอยากเอามานำเสนอ

กนก : ผมชอบข่าวประเภทที่น่ารัก ข่าวแปลก ๆ แบบหายาก ข่าวเด็กนักเรียนเลี้ยงทวด หรือข่าวคนสูงอายุแต่งงานกัน ข่าวคนแก่อายุยืนร้อยกว่าปี ข่าวเกย์แต่งงานกัน ข่าวจระเข้ว่ายน้ำไม่เป็น มันน่าทำมาก หรืออย่างยุคก่อนก็ อย่างข่าวครูสังคม ทองมี เป็นข่าวของคนดี คือดูแล้วมันต้องดีแน่ ครูคนหนึ่งสอนอยู่โรงเรียน จังหวัดเลย สอนเด็กให้วาดเขียนด้วยวิธีแปลก ๆ อาจจะนอกหลักสูตร ไม่มีใครทำ สีพู่กันก็หามาเอง แล้วก็มีคนไปเจอ มันชัดเจนว่าเขาไม่ได้สร้างภาพ เพราะอยู่ของเขามาตั้งนานแล้ว ข่าวแบบนี้มันก็ควรจะเสนอ ควรจะให้กำลังใจ

GM : บางทีข่าวแบบนี้บางทีข่าวแบบนี้คนดูอาจไม่ค่อยสนใจ
กนก : มันก็ต้องเสนอให้สนใจให้ได้ อย่างรายการ "คนค้นตน" ที่เอาเด็กทอดปาท่องโก๋มานำเสนอ ที่สุดแล้ว สื่อก็เป็นคนช่วยเขา หรือว่าการนำเสนอเด็กที่เป็นโรคแปลก ๆ แล้วมีการรับบริจาค คนก็จะให้การช่วยเหลือ มันก็ใช้ประโยชน์ได้มากกว่าไม่ใช่หรือ อันนี้คือข่าวที่ผมชอบ ดีกว่าข่าวที่เห็นกันทั่วไป ข่าวที่มันดาษ ๆ ข่าวที่นักการเมืองโนเนมคนหนึ่งพูดแล้วก็เอามาพาดหัว ไม่มีประโยชน์ มันหมดสมัยแล้ว

GM : คุณเคยทำงานให้ท่านนายกฯ ด้วยใช่ไหม
กนก : นานมาแล้ว พอดีช่วงนั้นคุณทักษิณลงทุนทำบัส ซาวนด์ แล้วเขาก็ให้อาจารย์ที่ธรรมศาสตร์ เป็นคนดูข่าวต้นชั่วโมง อาจารย์มาชวน ผมก็อยากทำ เพราะเป็นคนที่นั่งรถเมล์ ตอนเรียนยังเคยคุยกับเพื่อนเอาไว้เลยว่า นั่งรถเมล์ไปธรรมศาสตร์ รถก็โคตรแน่นเลย ถ้ามีเพลงฟังคงดีเนอะ เพราะเคยนั่งรถที่มีเพลงเปิดอยู่ครั้งหนึ่ง โอ้โฮ! ดีมากเลย เฮ้ย! เต่า (ชื่อเพื่อน) รถเมล์มันน่าจะมีเพลงฟังว่ะ เพื่อนมันบอกไม่จริง ! ควรจะมีพัดลม…มันร้อน ผมก็… มันจะไหวหรอ ติดพัดลม กูว่ามีเพลงเนี่ยดี ก็เถียงกัน พอไปทำงานสักพัก วันหนึ่งมันมีบัส ซาวนด์มา ผมทำเลย… แต่ผมก็ลืมนึกไปว่ามันเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเขา มันยัดเยียด ตอนจัดรายการผมเคยเปิดเพลงลูกทุ่ง ก็มีผู้โดยสารโทรศัพท์มาด่า… บอกอยากฟังไมโคร ผมเปิด "หมื่นฟาเรนไฮต์" คนขับด่า คนสูงอายุก็ด่า จะบ้ารึเปล่า ร้อนจะตายห่า เปิด "หมื่นฟาเรนไฮต์" (หัวเราะ) เรื่องใหญ่เหมือนกันนะ ไม่รู้จะเปิดอะไรดี แล้วรถเมล์จะต้องเปิดเพลงยังไง รถคันหนึ่งมันก็มีคนทุกวัย กลุ้มใจเลย ลำบากมากพอเปิดเพลงสตริง โซเฟอร์ดึงวิทยุพังเลย เพราะขอเพลง พรศักดิ์ สุนารี มันก็ลำบาก ตอนนั้นก็เลยสำนึกถึงคำว่า"สิทธิส่วนบุคคล" ได้ก็แป่วเลย ก็เลยมานึกได้ว่ารถเมล์มันต้องมีพัดลม!

GM : ตอนทำงานสมัยนั้นเคยเจอคุณทักษิณไหม
กนก : เจอครับ คุณทักษิณมาดูผมจัดอยู่ 2- 3 ครั้ง ตอนเปิดสถานีใหม่ๆ บางที 4-5 ทุ่ม ผมจัดตอนกลางคืน ท่านก็มาดู ยืนสัก 5 นาทีก็ไป

GM : เขาจำคุณกนกได้หรือเปล่า
กนก : ปัจจุบันนี้น่ะเหรอ ไม่รู้สิ ไม่เคยถาม แต่ผมน่ะจำได้… จำได้แม่นเลย (ยิ้ม) แต่คุณหญิงอ้อน่าจะจำได้ เพราะคุณหญิงจะมีวิทยุบัส ซาวดน์อยู่บนรถ แล้วแกจะฟังอยู่ตลอดเวลา คุณหญิงเป็นคนที่บริหารบุคคลชั้นหนึ่ง ลูกน้องรักมาก สุดยอดเลย มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมเคยมีปัญหาเล็กน้อย โดนคนที่โครงการเรียกเข้าไปดุ ผมมารู้ตอนหลังว่า คุณหญิงไปบอกเขาว่า ไม่ควรดุลูกน้องให้คนอื่นเห็น อย่าดุกลางลาน แกมีจิตวิทยาสุดยอด แล้วผมก็ไม่แปลกใจว่า ทำไมลูกน้องถึงรักคุณหญิงอ้อมาก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณทักษิณเกรงใจคุณหญิง(ยิ้ม)

GM : บางทีเสียงวิพากย์วิจารณ์ของคนดู ที่อยู่บนเว็บบอร์ดอินเตอร์เน็ต มีอิทธิพลกับคนดังในสังคมพอสมควร สำหรับคุณแล้วมีผลไหม
กนก : ส่วนใหญ่ผมจะฟัง โดยเฉพาะถ้าเป็นคำแนะนำที่ส่งมาทางเมล์นะ แล้วผมตอบเกือบทุกคน ตอบสั้น ๆ ผมก็ตอบ แต่ถ้าเป็นประเภทที่คุณดูรู้ว่า มีอคติมาตั้งแต่เริ่ม แบบนี้ไม่มีประโยชน์ คือเขาดูเราเพื่อหาช่องด่า ยังไงก็ต้องโดนด่า ที่ไม่หวั่นไหว คือไม่หวั่นไหวกับพวกนี้


GM : ผู้ดำเนินรายการผู้หญิงหลายท่าน ที่ร่วมงานกับคุณสรยุทธ อย่างคุณอรปรียา ช่วงแรก ๆ ก็เจอวิจารณ์เยอะเหมือนกัน
กนก : น่าสงสารนะ คุณสรยุทธเคยเตือนผู้ร่วมรายการคนหนึ่งว่า อย่าไปอ่าน… เท่านั้นแหละ ไปอ่านเลย ผมเลยบอก คุณไปเตือนเขาทำไม คุณสรยุทธบอกไม่อยากให้เขาเสียขวัญ… ก็อย่าไปเตือน ของมันแน่อยู่แล้ว เหมือนบอก อย่าไปดูหนังเรื่องนี้เลยนะ มันโป๊มากเลยนะเห็นหมดเลย แล้วคุณคิดว่าผมจะไปดูไหม… ไปดูอยู่แล้ว เขาก็ไปดู พอยิ่งไปดูมันก็ยิ่งห่อเหี่ยว แล้วมันก็ลำบาก เขาเพิ่งเริ่มทำผมเชื่อเลยว่าเขาไม่มีสมาธิ เผลอ ๆ เขานั่งอยู่หน้าจอกับคุณสรยุทธ เขายังนึกถึงข้อความบางข้อความในเว็บด้วยซ้ำไป มันแวบขึ้นมา เขาก็วางตัวไม่ถูก

GM : คุณมีสุขก็โดนวิจารณ์เยอะ
กนก : โอ้โฮ! น่าสงสาร ซึ่งจริง ๆ ถ้าให้เวลาเขาสักนิด เขาก็จะเป็นเหมือนผม ที่ท่านบอก "เข้าขากัน" ตอนนี้ผมมาถึงจุดที่ว่า ผมจะโง่ยังไงก็ได้ งี่เง่ายังไงก็ได้


GM : เพราะคนยอมรับแล้ว
กนก : ใช่ เพราะมันเลยจุดนั้นมาแล้ว แต่ว่าสมัย 3-4 ปีแรก ที่ยังสะเบ๊อะสะบ๊ะกันอยู่ 2 คน ตอนนั้นมันยังไม่ใช่ยุคที่คนจับจ้องมองดู ตอนนั้นเป็นช่วงจูนของเรา พวกคุณมีสุข คุณอรปรียา คุณสู่ขวัญอยู่ในช่วงนั้น แต่บางทีคนดูก็ให้เวลาพวกเขาน้อยไป รีบวิจารณ์ เพราะมันมีการเปรียบเทียบ ทำไมไม่เป็นเหมือนคนนั้น ไม่เป็นเหมือนคนนี้ โดยไม่รู้ว่า คนนั้น คนนี้เนี่ย… ใช้เวลา 2-3 ปีนะ กว่าจะเข้าขากัน

GM : ตอนที่คุณคลำทางอยู่กับคุณสรยุทธ ยังไม่มีใครมาด่าใช่ไหม
กนก : ยัง ตอนนั้นประมาณปี 2537 มันยังไม่ถึงขนาดนี้

GM : แล้วกว่าจะเข้าขากันได้ตอนนั้นทำอย่างไร
กนก : มันเป็นเรื่องธรรมดา ทุกคนต้องใช้เวลาในการสร้างมากบ้างน้อยบ้าง อยู่ที่คนคนนั้น ตอนที่ผมจัดกับคุณสรยุทธ เขามีชื่อเสียงมาก่อน เพราะเป็นนักวิเคราะห์ทาง ITV ผมก็ไปจัดคู่ ผมก็สะเงาะสะแงะ ซึ่งไม่ได้แกล้งเลยนะ ก็เตรียมตัวของผมเต็มที่ ผมก็ชง ๆๆ มันก็เลยกลายเป็นรูปแบบ ด้วยความที่คุณสรยุทธเป็นคนที่รู้มากก็ "เอ๊ะ! นี่คุณกนกคุณไม่รู้เลยเหรอเนี่ย" "บ้านคุณอยู่ถ้ำไหนเนี่ย" "อ้าว…นี่ผมไม่รู้จริง ๆ นะ มันมีข่าวนี้ด้วยเหรอ" "นี่ ๆ…อ่านซะบ้าง" ไม่ได้แกล้งเลย มันเลยกลายเป็นสวิงกลับมา เป็นช่องนี้เนี่ย… สรยุทธชอบไปว่าเขา ดูสิ! เขาน่าสงสารจะตาย มันก็เลยเหลือเชื่อนะ เลยกลายเป็นเหมือนกับเทพขึ้นมา คุณสรยุทธก็เลยเป็นมารโดยปริยาย

GM : แล้วความสงสารก็เป็นบ่อเกิดของความรัก

กนก : ใช่ มีหลายคนที่ชอบผม เพราะสงสารผม ไม่ได้ชอบผมเพราะจัดรายการ สงสารผมเพราะชอบโดนสรยุทธโขกสับ แล้วคนเฒ่าคนแก่จะเป็นกันเยอะ น่าสงสารต้องมาดูสิ ดูสิ ! โดนอีกแล้ว โทรศัพท์มาบอกผม พูดบ้างสิ เถียงเขาบ้างนะ มันก็เลยกลายเป็นสูตรขึ้นมา แต่ก็อย่าไปลอกเลียนแบบ มันลอกเลียนแบบกันไม่ได้

GM : เวลาเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเว็บ เห็นคนชมเยอะ ๆ รู้สึกมันพองขึ้นมาไหม

กนก : ก็ไม่ถึงขนาดนั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบ "เข้าขากัน" ชมมาก็จะเป็นมิติเดียวไปแล้ว

GM : คำด่า คำชมในบรรดาเว็บบอร์ด นอกจากจะมีอิทธิพลต่อตัวผู้ประกาศคนนั้น แล้วมีอิทธิพลต่อตัวผู้บริหารสถานีนั้นด้วยไหม… เกิดไปอ่านแล้วเจอเสียงสะท้อนคนดูว่าไม่ชอบ ก็เลยอยากเปลี่ยนคนใหม
กนก : อาจจะมีส่วน แต่ที่นี่ก็ไม่นะ เขาดูหลายอย่าง ต้องให้โอกาส ต้องให้เวลา


มีต่อ >>
<< หน้าที่แล้ว

 
2004 © www.allaboutkanok.com - designed by jui - best view in 1024 x 768 pixel