แรกกนก |
เรื่องกนก | รูปกนก | อ่านกนก | คุยกนก

................................................................................................................  






นิตยสาร : กุลสตรี
ปีที่ 34 ฉบับที่ 805 - 806
ปักษ์หลัง กรกฎาคม - ปักษ์แรก สิงหาคม 2547


แรงบันดาลใจจากหนัง "แฟนฉัน" ทำให้ได้พบกับแฟนฉันในอดีต

+ ทราบว่ามีอีกเรื่องหนึ่งที่ชอบและประทับใจคือเรื่อง "แฟนฉัน"

ใช่ครับ (ยิ้ม) ผมไปดูกับแฟนเก่า

+ แล้วตามหาแฟนเก่าเจอด้วยเหรอคะ

เอ่อ…ก็เราเรียนประถมด้วยกัน สมัยที่เรียนวัดพระพิเรนทร์ด้วยกัน และก็ชอบเขาตั้งแต่ ป.3 แต่ผมหาเขาเจอแล้วนะ คือไม่ได้เจอกันตั้งแต่ ป.7 ปี 2520 ซึ่งตอนนั้นเพลงแฟนฉันกำลังดัง พอเราจบเราก็แยกทางกัน อันนี้หมายความว่า ต่างคนต่างเดินนะ ไม่ได้แยกทางแบบเลิกกัน จากนั้นไม่ได้เจอกันอยู่ 15 ปี ผมมาเจอเขาอีกทีเมื่อปี 2535 ผมเป็นดีเจแล้ว ผมจัดรายการวิทยุเปิดเพลง และเพื่อนเขาโทรศัพท์มาขอเพลงผม ชื่อ สุกัลยา ผมเลยถามถึงแฟนผม

+ ชื่ออะไรบอกได้ไหมคะ

เธอชื่อ คมขำ

+ สวยไหมคะ

ก็โอเคนะ แล้วเพื่อนของเธอ ซึ่งจริง ๆ ก็คือเพื่อนผมด้วย แต่คนละห้อง ก็บอกว่าจะนัดกินสุกี้กัน แล้ว "คมขำ" ก็จะไป

+ แล้วประทับใจอะไรในตัวเธอคะ

ผมรู้สึกว่าเขาเป็นคนเรียบร้อย และบ้านก็เหมือนผม คือสมัยเด็ก ๆ คุณพ่อผมเสีย แต่ของเขาหนักกว่า คือทั้งคุณพ่อคุณแม่เสีย ผมชอบที่เขาเป็นคนเรียบร้อย และเชื่อฟังพ่อแม่ ผมก็ประทับใจ

+ วันนั้นเป็นยังไงคะ

ตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นมาก คือผมต้องการไปเจอเขา แต่เขามาได้แป๊บเดียว เพราะบ้านเขายากจน ต้องกลับไปช่วยที่บ้านค้าขาย เลยมาได้แค่ 5 นาที และไม่ได้คุยอะไรกันเลย ตอน ป.3 จนถึง ป.7 ผมคุยกับเขาน้อยมาก แทบจะไม่ได้คุยอะไรกันอยู่แล้ว พอมาเจอกันตอนปี 35 ก็คุยไม่ออก และยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย ไปซะแล้ว

+ ขอเบอร์โทรศัพท์หรือที่อยู่ไว้ติดต่อไหมคะ

ไม่ได้ขอ ไม่กล้า คิดดู จากกัน 15 ปีมาเจอ แล้วก็จากกันไปอีก 11 ปี จนกระทั่งปี 2546

+ คุณคมขำทราบไหมคะว่า คุณกนกปลื้ม

ทราบครับเพราะเพื่อน ๆ ก็แซวกัน รู้กันทั้งโรงเรียนแหละครับ

+ แสดงว่าคุณกนกกระโตกกระตากมากเลย

ไม่ใช่ แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง เธอเป็นไข้เลือดออก แล้วผมก็ซื้อแอปเปิ้ล สมัยก่อนนี้ถือว่าอย่างหรูเลยนะ พอเธอมาผมก็ให้เพื่อนช่วยเอาไปให้ แต่เพื่อนไม่ยอมเอาไปให้ ผมเลยเอาไปฝากครูประจำชั้นผม ตอนนั้นอยู่ ป.4 ผมไปบอกว่า คุณครูขนิษฐาครับ ฝากเอาไปให้ห้องโน้นหน่อย คุณครูก็อือ ๆ เอาไปให้ เลยรู้กันทั้งโรงเรียน (หัวเราะ)

+ แล้วเอาเงินที่ไหนไปซื้อ

รู้สึกผมจะเล่นทอยเส้นได้มานะ

+ แล้วลงทุนแอปเปิ้ลไปได้ผลหรือไม่

ก็เฉย ๆ ไม่ได้คุยอะไรกันเลย แต่ผมรู้สึกว่าเธอชอบผมนะ เพราะเวลาเห็นเราเขาจะเขิน ๆ และผมไปรอเธอทุกเช้าเลยนะ คือบ้านผมอยู่ฝั่งธนบุรี แต่บ้านของคมขำอยู่ใกล้โรงเรียน ผมก็จะไปโรงเรียนแต่เช้า เพื่อไปแอบดูเธอเดินมาโรงเรียน และพอเขามาผมก็จะกะจังหวะไปสวนกับเขาตรงบันได ทำอย่างนี้ทุกวัน แต่ไม่ได้คุยกันเลย(บ่นอย่างเซ็ง ๆ ว่า "แม่งได้แต่สวนไปสวนมา") ทำอย่างนี้เป็นปี ไม่ได้คุยกันจนเรียนจบ แยกกันไป แต่พอจบแล้วผมยังส่งจดหมายไปคุยกับเขาพักหนึ่ง ชวนเขาไปเที่ยว แต่เขาไม่ไปด้วย

+ แล้วปี 2546 ที่กลับมาเจออีกครั้ง

ผมไปดูหนังเรื่อง "แฟนฉัน" ดูแล้วรู้สึกว่า หนังเรื่องนี้มันใช่เลย ผมคิดว่าคนรุ่น 30 กว่าถึง 40 ปี จะรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้เขาสร้างให้คนรุ่นเราเลย ถ้ารุ่นผมก็จะรู้ว่าผมเป็นเจี๊ยบ เขาก็เป็นน้อยหน่า พอดูหนังจบ ผมก็กลับมาด้วยความรู้สึกว่า หนังซึ้ง ร้องไห้ พอกลับมาถึงออฟฟิศ บอกทีมตามแขกช่วยหาเบอร์ของ "คมขำ" ให้หน่อย ก็หาไม่ได้ ผมเลยไม่เป็นอันทำงานเลยนะ ทั้งวันเลยมานึกว่า อ๋อ! เขาคงแต่งงานและเปลี่ยนนามสกุลไปแล้ว ผมเลยเอาเฉพาะนามสกุลเขาถาม 13 ก็ได้มาชุดหนี่ง จากนั้นก็ไล่โทร.เลย จนเจอพี่สะใภ้ของคมขำ ได้เบอร์มือถือมา ก็เลยโทร.ไปคุย

+ แล้วคุณคมขำว่ายังไงบ้างคะ

เขาจำไม่ได้หรอกครับ (หัวเราะ) แต่พอสักพักเขาทายถูก พอเขารู้ว่าเป็นผม ผมก็เลยบอกเขาไปว่า ผมหาเบอร์คุณทั้งวันเลยนะคุณรู้ไหม เธอร้องไห้เลยนะเพราะตื้นตันใจ ที่อุตส่าห์นึกถึงเขา เพราะที่ผ่านมาคมขำไม่ได้ติดต่อใครเลย เพื่อน ๆ ของเขาก็ไม่เคยรู้ข่าวคราวของคมขำเลย จากนั้นก็ถามถึงสารทุกข์สุกดิบกัน เขาแต่งงานและมีลูกแล้ว แต่ที่ร้องไห้เพราะตื้นตันใจ

+ แล้วได้ไปย้อนอดีตดูหนังเรื่องนี้รึเปล่า

ตอนที่คุยกันวันนั้น เขาก็พูดขึ้นมาว่า เออ! กนก ตอนนี้มีหนังเรื่องแฟนฉันนะ ผมเลยบอกว่า "ขำรู้ไหม ผมโทร.หาคุณเพราะหนังเรื่องนี้" แล้วถามเธอว่า คุณอยากจะดูไหม เธอก็บอกว่าอยากดู แต่ผมไปดูแล้วนี่ ผมเลยบอกว่า ไม่เป็นไร ผมไปดูอีกได้ แล้วชวนที่บ้านคุณไปดูซิ เขาบอกสามีเขาไม่ดูหรอกหนังอย่างนี้ งั้นผมขออนุญาตพี่เขาพาคุณไปดูได้ไหม แล้วผมก็ไปที่บ้านเขาเพื่อขออนุญาตแฟนเขา และผมก็ขออนุญาตภรรยาผมด้วย แล้วก็ไปดูกันสองคน

+ ฟังดูแล้วคุณกนกค่อนข้างโรแมนติก

ไม่รู้นะ แต่ผมเขียนเรื่องนี้ลงในพันทิปนะ ก็แค่นี้ เล่ามากเดี๋ยวไปลงมากเดี๋ยวแฟนผมหึง เรื่องนี้พูดมากแฟนผมมีปฏิกิริยาเหมือนกันนะ ไม่ขี้หึงแต่อย่าคุยมาก

+ อ้าว! แล้วกับแฟนรายการล่ะคะ

อ๋อ! อันนี้เขาเข้าใจ เพราะเขาทำงานที่เดอะเนชั่น เป็นสื่อเหมือนกัน เขาเลยเข้าใจ


แฟนปัจจุบันคู่ชีวิตที่รู้ใจและเข้าใจ

+ แฟนฉันในอดีตกับแฟนคนปัจจุบันต่างกันไหมคะ

คล้าย ๆ กัน เป็นคนเรียบร้อย แฟนผมคนปัจจุบันนี้เป็นหญิงไทยมาก เรียบร้อย พูดน้อย และที่สำคัญคือซื่อสัตย์ คือผมเป็นคนค่อนข้างคอนเซอร์เวทีฟ ชอบผู้หญิงบุคลิกไทย ๆ และแฟนผมก็เป็นแบบนี้ เขาเป็นเหมือนคุณอรัญญา นามวงศ์ สมัยก่อนเลย

+ ปิ๊งกันตอนไหนคะ

ตอนนั้นมีพี่มาทำงานที่เดอะเนชั่น จัดรายการวิทยุวันอาทิตย์ และเขาเป็นเลขานุการของคุณสุภาพ คลี่ขจาย ซึ่งเป็นผู้อำนวยการวิทยุเนชั่น เลยต้องติดต่ออะไรผ่านเขา ผมเลยรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ทำไมซื่อมาก ไม่เคยเอาเปรียบบริษัทเลยนะ แม้แต่เล็ก ๆ น้อย ๆ คือประเภทหยิบกระดาษบริษัทไปใช้ ยังไม่ได้เลยนะ เขาชื่อปุ้ม บางทีผมยังบอกเลยว่าอะไรกันนักหนานะ เขาบอกไม่ได้ ของบริษัท

+ รู้สึกตั้งแต่แรกเห็นเลยเหรอคะ

ก็ปิ๊งมั้ง คือเห็นแล้วก็รู้สึกว่า ใช่เลย แล้วเขาเป็นคนเรียบร้อย น่าคุย ยิ่งเขาไม่คุย ก็ยิ่งน่าคุย ยิ่งอยากคุย พอมาทำงานที่เดอะเนชั่นเต็มตัว ก็ค่อย ๆ หาจังหวะชวนกินข้าว

+ คุณปุ้มยอมไปด้วยเหรอคะ

แรก ๆ ก็อาจจะระวังหน่อย คือพาคนอื่นไปกินด้วย พูดง่าย ๆ พาไปล้มทับ แล้วเพื่อนเธอก็เล่นเบียร์ไปซะเยอะเลย ไม่รู้พาไปทำไม แล้วกว่าจะได้กินข้าวกันสองต่อสองก็ใช้เวลาพอสมควร

+ ใช้เวลานานไหมคะ กว่าเธอจะตกลงปลงใจ

ผมเริ่มรู้จักเธอปี 2537 พอปี 2539 ก็เป็นพนักงานประจำ และพอปี 2540 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ค่าเงินบาทลอยตัวผมไม่รู้จะทำอะไร แต่งงานดีกว่า ผมคิดอย่างนั้นจริง ๆ เพราะเงินเดือนก็โดนลด ต้องเอาพนักงานออก มีแต่เรื่องเครียด ๆ ผมเลยบอก "ปุ้มแต่งงานกันดีกว่าว่ะ" ตอนนั้นเป็นเรื่องเครียดมากเลยนะสำหรับผม เพราะเช้ามาต้องไปพูดกับลูกน้องให้มันลาออก ลำบากใจ เงินเดือนก็ถูกลด เลยคิดว่าไม่มีอะไรทำ ก็หาความสุขให้ชีวิต แต่งงานกันก็แล้วกัน

+ เขาก็โอเคด้วยเหรอคะ

โอเค จากนั้นผมก็ไปบอกคุณสุทธิชัย (หยุ่น) บรรณาธิการบริหารเดอะเนชั่น ก็ตกใจกันใหญ่เลย เพราะผู้ใหญ่ไม่ทราบกันเลย ตอนเอาการ์ดไปเรียนเชิญคุณสุทธิชัย คุณสุทธิชัยก็ถามว่า ลักขณาไหนเนี้ยะ ลักขณาที่วิทยุเหรอ ผมก็บอกว่าใช่ครับ คุณสุทธิชัยบอก เหรอ! แล้วจะแต่งงานเลยเหรอ ตอนนี้เนี้ยะนะ เออ ๆ แปลกดี

+ แสดงว่าทัศนะคติในการมองโลกของคุณกนกแตกต่างจากคนอื่น

ครับ คือผมเป็นคนที่ชอบมีความสุข สมัยเด็ก ๆ บ้านผมยากจนมากเลยนะ แต่ผมไม่รู้สึกว่าบ้านผมจน ผมมีความสุขและไม่เคยทุกข์เลย พวกเรามีกัน 6 คนพี่น้อง และผมมารู้ว่าผมจนก็ตอนที่ ผมแขนหัก แล้วไม่มีเงินรักษา ตอนนั้นผมวิ่งเล่นกับเพื่อนแล้วแขนหัก แม่ต้องพาผมไปขอเงินเพื่อน ผม ที่ผลักผมล้ม ซึ่งไม่ควรทำ แม่ผมก็รู้ แต่ไม่มีเงินเลย แล้วบ้านของเจ้าชัยเพื่อนผม ก็ไม่มีเงินเหมือนกัน

+ แล้วทำยังไงกันคะ

ผู้ใหญ่สองคนก็ร้องไห้ แล้วเราก็เข้าเฝือกแบบง่าย ๆ เอาไม้มาผูกไว้ และสุดท้ายพ่อก็เอาเงินเก็บ ซึ่งเป็นแบงค์ใบละบาท ซึ่งเรากะจะไม่ใช้ พ่อก็เอาไปใช้เป็นปึก ๆ เลย แต่ผมก็ไม่รู้สึกอะไรนะ เพราะเราเด็ก และชีวิตก็ไม่ถึงกับอด แต่อย่างก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ซึ่งมีอยู่เจ้าหนึ่งอร่อยมาก ก็นาน ๆได้กินที และซื้อมาห่อหนึ่งก็แบ่งกันกิน 3 คน คือ ผม แม่ผม และพี่ชายบ้างสลับกัน เพราะผมเป็นคนสุดท้อง ถ้าซื้อเย็นตาโฟ ก็จะได้ลูกชิ้น แล้วต้องเอามากินกับข้าว

+ อย่างนี้ความสุขที่สุดที่หาได้ในวัยเด็กคืออะไร

ตอนเด็ก ๆ ที่ยังไม่เรียนหนังสือ บ้านผมอยู่ใกล้วัดเทพศิรินทราวาส ตอนกลางวันก็จะไปวิ่งเล่นที่วัด ตอนเย็นก็ไปจับจิ้งหรีด พอกลางคืนก็จะไปวิ่งเล่นที่โรงหนังเฉลิมเขตร เพราะผมรู้สึกว่าโรงหนังมันสดใส สว่าง จางปางดี และผมก็ไปขายหมากฝรั่งที่นั่น แล้วพี่ชายผมทุกคนก็วิ่งขายหมากฝั่งที่นั่น

+ แสดงว่าคุณกนกชอบช่วงชีวิตวัยเด็ก

ใช่ ผมชอบชีวิตในวัยไม่เกินประถม และทุกวันนี้ผมยังถึงเสมอ ผมเป็นคนที่หมกมุ่นกับอดีตมาก ทุกวันนี้ถ้ามีเวลา ผมจะไปจตุจักร ไปซื้อหนังสือพิมพ์เก่า ๆ เพื่อจะไปเปิดดูว่า บ้านเมืองสมัยนั้นเป็นยังไง มีข่าวอย่างนั้นด้วยเหรอ หรือบางทีก็จะซื้อหนังวีซีดีเก่า ๆ


เมื่อ "กนก" กลัวเครื่องบิน

+ ทราบว่าคุณกนกกลัวเครื่องบิน

ครับ ผมไม่เคยไปต่างประเทศเลย ต่างจังหวัดไกล ๆ อย่างเชียงใหม่ หาดใหญ่ ผมยังนั่งรถไฟเลย

+ ทำไมล่ะคะ

ก็มันกลัวนี่ครับ ผมกลัวความสูงมั้ง ตอนเด็ก ๆ เคยนั่งชิงช้าสวรรค์ครั้งหนึ่ง โอ้โฮ…ผมไม่กล้ามองพื้นเลย แล้วตอนที่บ้านผมอยู่แถวยศเส มีบ้านเพื่อนหลังหนึ่ง มีบันไดแบบไต่ขึ้นไป แบบชัน ๆ และผมลองขึ้นไปครั้งหนึ่ง ตอนประมาณ 7 ขวบ ปรากฎว่าพอมองลงมา มันสูงว่ะ แล้วกว่าจะลงมาได้ แหย่ขาบ้าง อะไรบ้าง กว่าจะถึงพื้น เลยรู้สึกว่ากลัวความสูง

+ คุณกนกไม่คิดจะเอาชนะเลยเหรอ

บางอย่างก็แพ้ ๆ มันบ้างเถอะ จะชนะอะไรกันทุกอย่าง (หัวเราะ)

+ แล้วไม่มีประเทศในฝันที่อยากไปบ้างเหรอคะ

ประเทศญี่ปุ่น กับจีน แต่ผมคงจะไปโดยเรือสักวันหนึ่ง คุณรู้ไหมมีแฟนรายการคนหนึ่งอยู่เดนมาร์ก ชวนผมไปเที่ยวเดนมาร์ก ผมเลยถามว่าใช้เวลาในการเดินทางกี่ชั่วโมง เขาบอกว่า 18 ชั่วโมง (เน้นเสียง 18 ชั่วโมง) ผมคิดว่าเป็นไปได้ยังไงที่ผมจะลอยอยู่บนฟ้าได้นานขนาดนั้น ถ้าไม่ตกชั่วโมงนี้ก็ต้องตกชั่วโมงหน้า และมีช่วงหนึ่งที่เป็นช่วงเลือกตั้ง และจะต้องไปจัดสัญจรต่างจังหวัด ผมก็เบี้ยวรับเฉพาะแถวชลบุรี ระยอง จนคุณสุทธิชัย (หยุ่น) จะให้ผมไปต่างจังหวัด จนต้องเอาเรื่องนี้เข้าบอร์ดเลยนะ แล้วคุณสุทธิชัยแนะนำให้ผมไปอ่านหนังสือ Fear for fight ว่าเมืองนอกแต่งเรื่องนี้เป็นเรื่องเป็นราว ให้ลองไปอ่านดู เพราะรถยนต์ รถไฟ เกิดอุบัติเหตุง่ายกว่าเครื่องบิน แต่เครื่องบินแทบจะไม่มี จะมีก็สัก 1 % ได้มั้ง ผมก็บอกว่า คุณสุทธิชัยครับ ถ้า 1 % นั้นเป็นผมขึ้นมาล่ะ

+ สุดท้ายไม่ยอมเดินทางโดยเครื่องบิน

มีครั้งหนึ่งครับ ตอนนั้นไปร่วมทำงานกับไอทีวี ต้องไปอุดรธานี ยังไงก็ต้องไป ที่ประชุมบอร์ดต้องส่งผู้บริหารมานั่งอยู่กับผม 1 คน คุณรู้ไหม…แทบตาย ผมไปอุดรฯ แค่ 20 นาที พอกัปตันประกาศ ผมก็เริ่มนับถอยหลัง 20 19 18 จ้องจอตาไม่กะพริบเลย แถมผมได้ที่นั่งดีด้วย ริมหน้าต่างพอดี แล้วผมก็ดูคนนั้นคนนี้ ปรากฎว่า ไม่มีใครเหมือนผมเลย เหมือนนั่งรถเมล์กันทั้งนั้น แล้วครั้งนั้นเป็นการจัดรายการที่แย่มากเลย เพราะผมคิดเสมอว่า วันรุ่งขึ้นผมจะต้องนั่งกลับ ตอนผมถามแขก ผมจะคิดถึงว่า อยู่บนเครื่องบินอีกแล้ว ต้องกลับอีก 20 นาที ทำยังไงดีวะ จะตกไหมวะ

+ ทำไมไม่คิดว่า ถ้าตกก็ตายไม่ทรมาน

(หัวเราะ) ดู ดูมันพูด ให้ลองคิดอย่างนี้ จะบ้าเหรอ แล้วถ้าตอนนั้นมีการประกาศว่าเครื่องบินกำลังจะตก ผมจะโชคดีกว่าคนอื่นตรงที่ หัวใจวายก่อน และรับรองว่าจะต้องตายแบบฉี่แตก คุณรู้ไหม ใจผมนี่เต้นแบบตึก ๆ ตัก ๆ แล้วผมจะได้รับเชิญบ่อย เดี๋ยวคนนั้นก็จะมาถามว่า กนกไปดูนางงามที่ชิคาโกไหม กนกไปญี่ปุ่นไหม ผมก็บอก ไม่ไปหรอกครับ แล้วคนอื่นก็ได้อานิสงค์ประจำ




 
2004 © www.allaboutkanok.com - designed by jui - best view in 1024 x 768 pixel