นิตยสาร
: กุลสตรี
ปีที่
34 ฉบับที่ 805 - 806
ปักษ์หลัง กรกฎาคม - ปักษ์แรก สิงหาคม 2547
+ ขอกลับเข้าเรื่องผู้หญิง
เท่าที่บอกเล่ามา คุณกนกบอกว่า ชอบผู้หญิงเรียบร้อย แต่ในมุมกลับกันทราบมาว่าสมัยหนุ่ม
ๆ ก็ไม่เบา
ผมมีผู้หญิงเยอะ ตอนที่ผมเป็นดีเจ เพราะผมเป็นคนชอบหาความสุข
ตอนเรียนหนังสือผมก็เที่ยว ตอนเรียนธรรมศาสตร์ผมก็ตระเวนดูหนัง
กับเตะบอล แล้วพอมาเป็นดีเจ ก็มาเป็นในยุคที่คนนิยม ตอนนั้นใครเป็นดีเจนี่
โอ้โฮ
มันเท่ ได้เปิดเพลง ได้รับเงินเดือน ได้คุยกับแฟนเพลง
เลยไปทำ และพอไปทำตรงนี้ เราก็ค่อนข้างจะหลงระเริงกับมัน
+ หลงระเริงกับอะไรคะ
กับทุกอย่าง มีแฟนเพลงเข้ามาชวนไปกินข้าวผมก็ไป ใครชวนไปเที่ยวก็ไป
คือผมชอบคุยกับคนที่อยากจะคุย และผมค่อนข้างชอบคุยกับผู้หญิงที่มีอายุมาก
อาจจะเป็นเพราะผมเป็นคนติดแม่ ผมเป็นคนที่ติดแม่มาก ฉะนั้นผู้หญิงที่ผมไปด้วยมักจะเป็นผู้ใหญ่กว่า
+ เงินเยอะเหรอคะ
พอสมควร คือพออยู่ได้ ไม่เยอะมาก ผมทำงานอยู่หลายปี ไม่มีเงินเก็บเลย
แต่ผู้หญิงเยอะ
+ เพราะอะไรคะ เที่ยวมากเหรอคะ
อาจจะเป็นเพราะผมเป็นคนไม่ค่อยวางแผน แต่ก็ซื้อบ้านหลังเล็ก
ๆ อยู่บางมด โดยพี่น้องช่วยกันซื้อ ผมมีชีวิตกลางคืนเฉพาะตอนที่เป็นดีเจ
เพราะผมไม่ใช่คนเที่ยวกลางคืน ไม่ชอบเที่ยวผับ เที่ยวเธค ผมไม่สูบบุหรี่
ไม่กินเหล้า และไม่ชอบการตะโกนคุยกัน
+ อ้าว! แล้วทำไมไม่ค่อยกลับบ้าน
ผมก็ไปกับผู้หญิง คือผมชอบไปคุย ไปอยู่เงียบ ๆ ไปนั่งคุยกัน
ตอนเป็นดีเจบางทีเลิกตอนตี 2 พอเลิกแล้วก็ไปกินข้าวมันไก่บ้าง
หรือหาอะไรกินแถว ๆ นั้น ไปกับแฟนเพลง
+ หลายคนหรือว่ายังไงคะ
คืนละคนซิครับ แฟนเพลงผมหลากหลาย มีแทบทุกอาชีพ ทั้งแม่ค้า อาจารย์
นักธุรกิจ นักศึกษา หมอนวด แล้วไปจบลงที่ที่เราคุยกัน
+ แสดงว่าตอนนั้นไม่ได้คิดถึงเรื่องความรักเลยหรือคะ
ไม่เชิงความรักนะ แต่เป็นลักษณะของความเหงามากกว่า เขาก็เหงา
และผมก็คงจะเหงา แต่ไม่รู้ตัวว่าเหงา หรือผมไม่ได้เรียกมันว่าเหงา
หรือบางครั้งเป็นลักษณะเห็นใจกันมากกว่า เราก็คุยกัน คือผมไม่ได้ตั้งเป้าว่า
จะไปทำอะไรอย่างนั้น ส่วนใหญ่ก็คุยกันแล้วจบลงด้วยเรื่องแบบนั้น
+ เคยเจอประเภทพบกันอีกครั้งคุ้น ๆ หน้าด้วยใช่ไหมคะ
ใช่ครับ จำกันไม่ได้ ตอนนั้นเดินสวนกันที่ห้างเวิลด์เทรด
ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับที่จัดรายการ ผมก็ เอ๊ะ! ผู้หญิงคนนี้ คุ้น
ๆ นะ ผมหันไปมองเขาก็หันกลับมามอง ผมก็อ๋อ ๆ แล้วผมเจออย่างนี้เยอะนะ
บางทีนั่งกินข้าวในห้างสรรพสินค้า หันไปก็ เอ๊ะ! ผู้หญิงคนนี้
อยู่อพาร์ทเมนท์ไหนน้า อะไรอย่างนี้ เพราะอพาร์ทเมนท์ทั้งตรงแถวราชดำริ
ประตูน้ำ ยันหัวหมาก ยันสาธุประดิษฐ์ ผมไปมาเกือบหมด
+ คุณกนกมองความสัมพันธ์ต่าง
ๆ ตอนนั้นกับวัยรุ่นสมัยนี้ต่างกันยังไงคะ
ต่างกัน เพราะตอนนั้นอายุของผมวัยทำงานแล้ว และตอนที่เป็นนักศึกษา
ผมไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เลย ไม่เหมือนนักศึกษายุคนี้ ผมยังมาคุยกับเพื่อนทุกวันนี้เลยนะว่า
สมัยเราไม่เคยมองเพื่อนแบบนี้ อาจจะมีจีบกันบ้าง แต่ไม่เคยจบลงด้วยเรื่องเซ็กส์
แต่สิ่งที่ผมทำตอนวัยทำงาน อย่างนั้น ก็ไม่ควรหรอก บางทีก็บาปนะ
แม้จะไม่ได้ผิดเมียเขา แต่ผิดลูกเขา ผมรู้สึกว่าชีวิตผมผิดศีลมาเยอะ
แต่ผมไม่เคยหลอกใคร
+ มีกรณีที่รักคุณกนกจริง ๆ บ้างไหมคะ
มีบ้าง แต่ก็น้อย และผมคิดว่าเป็นลักษณะหลงดีเจมากกว่า และอาจจะมีอารมณ์หวงบ้างตามประสา
แต่ไม่ได้ยืดยาว ตรงนี้ทำให้เป็นความหลงระเริง
+ แล้วทำไมถึงเลิกชีวิตกลางคืนอย่างนั้นคะ
ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเบื่อมั้ง ใช้ชีวิตอย่างนี้เกือบ 5 ปี
แล้วช่วงที่พีคสุด ๆ ผมไม่เคยกลับบ้านเลย พอจัดรายการเสร็จแล้วก็ไปนอนอพาร์ทเมนท์
เสร็จก็ เอ้อ! ผ่านไปอีกคนหนึ่ง ไม่รู้จะไปจบที่ไหน ผมก็เริ่มคิด
และอีกอย่างคือ ตอนนั้นผมเริ่มมีหลาน คือน้องยีนส์ เข้ามาเป็นฉากสำคัญมาก
ผมติดหลานมาก บางครั้งทำให้ผมไม่เป็นอันทำอะไรเลย บางทีนัดกับเพื่อน
จะต้องคอยดูนาฬิกา ต้องกลับบ้านก่อนหนึ่งทุ่มเพื่อจะได้อุ้มเขา
กลัวไม่ทัน แล้วน้องยีนส์สมัยเด็ก ๆ นี่น่ารักมากเลยนะ คือไม่ว่าคุณจะยื่นอะไรผ่านหน้า
เขาก็จะยิ้ม
คือผมทำงานกลางคืน แล้วจะต้องนอนกลางวัน แต่เด็กคนนี้ทำให้ผมต้องตื่นเช้า
เพราะพ่อแม่เขาจะเอามาฝากไว้ที่บ้านผม ผมจะตื่นเช้ามารออุ้มเขา
+ ดูแล้วคุณกนกเป็นคนค่อนข้างละเอียดอ่อน มีมุมไหน ที่เซนซิทีฟที่สุด
เรื่องเด็กและแม่ เคยทะเลาะกับแม่ด้วยนะ สมัยเด็ก ๆ เคยเถียงกับแม่
แต่พอผ่านไปแล้ว ผมก็รู้สึกว่า จะเข้าไปยังไงดีนะ
+ เมื่อไหร่จะมีลูกคะ
คงไม่มีแล้ว เพราะอายุมากแล้ว ภรรยาก็อายุเท่าผม แต่ที่ผ่านมาก็ไม่ได้คุมอะไร
เพียงแต่ไม่มีเอง แต่ผมก็เฉย ๆ ตอนนี้ก็เลี้ยงหลาน ปกติวันศุกร์เขาจะมาค้างที่บ้านผม
ต่างคนต่างติดซึ่งกันและกัน
ผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิต
+ ในชีวิตคุณกนก ผู้หญิงคนไหนที่ผูกพันและขาดไม่ได้
ผมมีผู้หญิง 3 คนในชีวิตที่มีคว่ทสำคัญที่สุดในชีวิตผม คือ แม่
เมีย และน้องยีนส์ ซึ่งถ้าจะให้นิยามก็มีอยู่คำหนึ่ง คือความรับผิดชอบ
แม่ : อาจจะอยู่เหนือความรับผิดชอบเล็กน้อย คือการทดแทนบุญคุณ
เพราะท่านเลี้ยงผมมา และผมอ้อนแม่มาก จนตัวโต 6-7 ขวบยังอ้อนให้แม่อุ้ม
และผมติดแม่มาก ผมก็รู้สึกว่าผมจะต้องรับผิดชอบแม่ผม ทดแทนบุญคุณแม่ผม
ผมจะคิดถึงภาพที่แม่ผมอุ้มผมตลอดเวลา แม่ผมอุ้ม ๆ ๆ ๆ ๆ ติดอยู่ตลอด
ภรรยา : คือความรับผิดชอบในฐานะที่เป็นพ่อบ้าน ผมก็จะรับผิดชอบ
และไม่ทำอะไรให้เกินเลย และทำให้เสียใจ คือรับผิดชอบทั้งในสถานภาพของการเป็นภรรยา
และความรู้สึกทางใจ
หลาน : ผมจะรับผิดชอบอนาคตเขาว่า จะต้องโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ
และได้ทำในสิ่งที่อยากทำเหมือนอาเจ็กของเขา คือเหมือนผมที่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ
คือในชีวิตผมขาดทั้ง 3 คนไม่ได้ คือขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไปไม่ได้
ขาดแม่ ไม่ได้แน่นอน ขาดเมียก็ไม่ได้ และน้องยีนส์ก็เป็นตัวแทนของหลาน
ก็ขาดไม่ได้เช่นกัน ถ้าขาดหลานจะทำให้ชีวิตผมอับเฉา เหี่ยวแห้ง
เพราะความเดียงสาของเด็กสามารถหยุดทุกอย่างในโลก
+ เวลาที่คิดถึงแม่คุณกนกคิดถึงอะไร
ผมจะคิดถึงความลำบากของแม่ และความดีของแม่ เพราะแม่ผมจะกลัว และพยายามสอนลูกไม่ให้ทำผิดกฎหมายบ้านเมือง
ท่านจะกลัวมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งพี่ชายผมจับได้ใบแดงแล้วไม่ไปรายงานตัว
ปรากฎว่าแม่ผมเครียดมาก และคิดมากจนถึงขนาดต้องเข้าโรงพยาบาล ประสาทเลยนะ
ตรงนี้เวลาผมจะทำอะไร ผมจะคิดถึงแม่ และแม่ผมรักในหลวงมาก ตอนที่ผมจบปริญญาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผมจะไม่เข้ารับปริญญานะ
เพราะไม่มีเงิน
+ ตอนเรียนจบ ที่บ้านยังไม่มีเงินอีกเหรอคะ
ก็พอมี แต่ถ้าประหยัดได้ก็จะประหยัด เพราะจะต้องไม่ได้เช่าครุย
ไม่ต้องถ่ายรูปอะไรมากมาย แต่คุณแม่ผมไม่ยอม เพราะท่านเทิดทูนในหลวงมาก
คุณรู้ไหม โอ้โฮ..เป็นเรื่องครับ เหมือนเดิม คุณแม่ผมไปเกณฑ์ญาติพี่น้อง
ทั้งอากู๋ อาซิ้ม อาแปะ มารุมด่าผม
ไอ้นี่มันจะไม่ยอมรับปริญญา
มันคิดจะกบฎ มันมีความคิดที่แปลกประหลาด ในที่สุดผมก็รับปริญญา
และวันรับผมถ่ายรูปมากกว่าคนอื่นเลย 13 ม้วน เรียกได้ว่า ล่อซะเต็มที่
(หัวเราะ)
+ แล้วตอนเด็ก ๆ เคยโดนคุณแม่ตีบ้างไหมคะ
น้อยไปสิ โดนเป็นประจำเพราะผมเป็นเด็กซน ชอบเที่ยว มีแผลเป็นเต็มตัว
+ คิดว่าคุณแม่ภูมิใจอะไรในตัวเราที่สุด
ผมเป็นคนที่ยังคิดถึงพี่น้องเสมอ คือคนมีครอบครัวแล้ว บางทีจะคิดถึงลูก
คิดถึงคนในครอบครัวก่อนพี่น้อง แต่ผมไม่เคยละเลยพี่น้องผม และยังไปหาแม่ที่บางมดเสมอทุกวันอาทิตย์
+ เวลาไปหาคุณแม่ ต้องทำอะไรบ้าง
ไปนั่งฟังแม่ผมเล่าเรื่องที่อยากจะเล่า เรื่องฝัน เรื่องตีเลขเป็นหวยบ้าง
เรื่องละคร เรื่องเป็นห่วงผม อย่างโน้นอย่างนี้บ้าง เวลาเจอคุณแม่ผมก็จะหยอกล้อ
ผมเป็นคนมีอารมณ์ขัน สมัยก่อนเล่นมาก ถึงขั้นถลกผ้าถุงบ้าง อะไรบ้าง
แต่ตอนหลังท่านแก่แล้ว 70 กว่าแล้ว ก็เล่นอย่างอื่น บางทียืนอยู่หน้าบ้าน
ผมแกล้งเดินผ่าน แล้วทำเป็นไม่เห็น แม่ก็โวยวายใหญ่เลย คุยกับพี่สาวว่ามันไปไหนนะ
ทำไมไม่เข้าบ้าน แล้วผมก็แกล้งเดินกลับมา นอกจากนี้ยังไปเล่นกับหลาน
+ พาคุณแม่ไปเที่ยวไหนบ้างไหมคะ
ไม่มีโอกาสเลย แม่ผมไม่ค่อยออกไปข้างนอก บางทีผมจะพาไปกินข้าวนอกบ้าน
ก็ไม่ค่อยชอบไป พอซื้อมาให้ก็บ่นเรื่องราคาอีกว่าซื้อมาทำไม มันแพง
+ คุณแม่ปลื้มลูกชายไหมคะ
คงปลื้มมั้ง แต่ปลื้มแบบคอยเตือนเสมอว่า กลัวคนอื่นจะไม่พอใจกลัวจะมาทำร้าย
คุณแม่นี่เป็นแฟนพันธุ์แท้เลย และบางทีแฟนรายการจะโทรศัพท์ไปคุย
ซึ่งความจริงเขาจะคุยกับผม แต่โทร.ไปเจอคุณแม่ บางทีคุยแล้วก็จะวิตกก็จะโทรศัพท์มาว่า
"นี่อาหนก ลื้อไปพูดเรื่องนี้เหรออย่านะ"
+ คุณแม่ไม่อวดข้างบ้านเหรอว่า ลูกชายชั้นออกทีวีดังนะ
เป็นข้างบ้านชอบมาคุยมากกว่า จะมาถามว่า ผมจะมาเมื่อไหร่ จะขอถ่ายรูปนะ
เขาจะรู้ว่าเป็นแม่ผม แม่ก็ดังไปด้วย คุณแม่ก็ดังเหมือน "คมชัดลึก"
เป็นผู้สื่อข่าวประจำหมู่บ้าน
+ ไปหาคุณแม่แล้วให้เงินคุณแม่ใช้บ้างไหมคะ
ผมให้เงินแม่ทุกเดือนครับ
แม่คือที่พึ่งพิง
เมื่อต้องตัดสินใจ
+ ทราบว่าตอนที่ต้องตัดสินใจเรื่องที่จะออกมาจัดทางฟรีทีวี
คือช่อง 9 และช่อง 7 คุณกนกหลบไปหาแม่
ใช่ครับ ผมต้องการหลบออกไปจากบ้าน ตอนนั้นมีการติดต่อเข้ามาหลายเจ้า
และผู้ใหญ่บางท่านก็มีชวนเอง ผมก็เกรงใจ คือผมเป็นคนขี้เกรงใจ
ซึ่งผมไม่ไปหรอกซึ่งผมก็พูดไม่ออก ผมก็อยากจะให้ผู้ใหญ่ คือนายผมกับคนที่มาติดต่อคุยกันเอง
แต่ผู้ใหญ่บางท่านก็อยากจะให้ผมออกจากเดอะเนขั่น และผมรู้ข่าวว่ามีบางท่านจะไปหาผมที่บ้าน
ผมเลยวิตกจริตมาก หนีไปหาคุณแม่ และคุณแม่ผมก็รู้ข่าวจากแถวบ้าน
เพราะมีการลงข่าวในหนังสือพิมพ์ ท่านก็ถามว่า "ลื้อจะออกแล้วเหรอหนก
จะไม่อยู่กับคุณสุทธิชัยแล้วเหรอ เขาให้เท่าไหร่" ผมก็อธิบายว่าไม่ได้เยอะอะไรตามข่าวหรอก
แต่ผมก็ลองพูดตัวเลขในหนังสือพิมพ์ คือเดือนละ 3 แสนบาท ว่าถ้าเขาให้มากกว่านี้
จะให้ไปไหมคุณแม่บอกอย่าเลย สงสารคุณสุทธิชัย
+ คุณแม่ของคุณกนกรู้จักคุณสุทธิชัยเป็นการส่วนตัว
ไม่รู้จักกันเลย รู้แต่ว่าเป็นเจ้านายผม คือแม่ไม่ค่อยอยากจะให้เปลี่ยนงาน
คงจะกลัวล่องลอย ไม่มั่นคง
+ แสดงว่าความขี้เกรงใจของคุณกนกเหมือนคุณแม่
ไม่รู้เหมือนกันว่าถ่ายทอดมาทางสายเลือดเมื่อไหร่ และแม่ยังย้ำให้อยู่ช่วยคุณสุทธิชัยเถอะ
ซึ่งความจริงผมตัดสินใจไว้แล้วว่าไม่ไป แต่แม่ก็คอนเฟิร์มให้หนักแน่นขึ้น
+ คุณกนกพูดกับคุณสุทธิชัยยังไงตอนที่ขอไปจัด เพราะตอนกรณีคุณสรยุทธ
(สุทัศนะจินดา) คุณสุทธิชัยไม่ยอม
ไม่เหมือนกัน การที่ผมไปจัดที่อื่นนั้น ผมไปในนามเดอะเนชั่น โดยผู้ใหญ่ของช่อง
7 ช่อง 9 มาคุยกับผู้ใหญ่ที่นี่ (เดอะเนชั่น)
+ ตอนที่ต้องเปลี่ยนคู่(จัด) โดยต้องแยกกับคุณสรยุทธรู้สึกยังไงคะ
รู้สึกหนักใจพอสมควร เพราะตอนนั้นเป็นจังหวะที่กำลังจะย้ายบ้าน
คือไปอยู่ที่ทีทีวี ผมก็ต้องจัดกับคนใหม่ คือ คุณธีระ ธัญไพบูลย์
ซึ่งไม่เคยจัดด้วยกันเลย เพราะคุณธีระแค่อ่านข่าว ยังไม่เคยจัดรายการ
แต่คุณสุทธิชัยก็เลือกว่าคุณธีระ มีบุคลิกที่โอเค เป็นคนสนใจในข่าว
ขยันทำการบ้าน น่าจะไปได้ เพียงแต่ตอนนั้นที่มาแทนคุณสรยุทธ ก็ย่อมตกเป็นเป้าของการวิจารณ์
ถือว่าคุณธีระ เสียสละมาก
+ ตอนจัดแรกเป็นยังไง
มีการเตรียมตัว และเตี๊ยมกันว่า ใครจะพูดเรื่องไหนแต่ตอนจัดกับคุณสรยุทธ
ไม่ได้เตี๊ยม ใส่กันสด ๆ ทั้งไหวพริบและทุกอย่าง
|