แรกกนก |
เรื่องกนก | รูปกนก | อ่านกนก | คุยกนก

................................................................................................................  






>> กนก รัตน์วงศ์สกุล "ผมเน้นความสุขทางใจ"

หัวหน้าผู้ประกาศสำนักข่าวเนชั่น และเป็นรายการพิธีกร "คุยคุ้ยข่าว" กับคู่หู สรยุทธ สุทัศนะจินดา ทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ก็ยิ่งทำให้ชื่อ กนก รัตน์วงศ์สกุล ติดตาติดใจคนชอบดูข่าวมากขึ้นไม่แพ้พิธีกรข้างตัวเลยก็ว่าได้ เมื่อ Lisa ถามถึง 7 ความสุข และ 7 คำตอบที่ได้รับกลับมา ดูเหมือนจะยิ่งเสริมภาพพจน์ดีเลิศกับบุคลิกเรียบง่ายที่เห็นหน้าจอทีวีนั้น คือ 'ตัวจริง' ของเขาอย่างแน่นอน

นิยามความสุขในมุมมองของคุณ

"ผมเน้นความสุขทางใจ ไม่เน้นความสุขทางกาย เพราะฉะนั้นความสุขของผมจึงไม่ใช่การอาบน้ำเย็นสบาย หรือไม่ใช่ไปเอกเขนกดูพระอาทิตย์ตกดินริมทะเล แต่ผมจะต้องรู้สึก ปิติ ปลื้ม หรืออิ่มเอิบ และคิดว่านี่คือความสุขที่แท้จริง แล้วแน่นอนเลยครับว่า ความรู้สึกแบบนี้จะไม่ได้มีขึ้นมาทุกวัน มันจะต้องได้เจอกับสิ่งที่พิเศษจริงๆ และนี่คือ นิยามความสุขสำหรับผม"

เหตุการณ์ที่ทำให้คุณมีความสุขที่สุด

"เหตุการณ์ที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุด คงเป็นวันที่ได้พาแม่ไปทานข้าว ซึ่งก็จะไม่บ่อยนัก เพราะจะได้พากันไปก็ต่อเมื่อเทศกาลวันตรุษจีน เพราะนอกจากผมทำงานเยอะไม่ค่อยมีเวลาแล้ว แม่ก็ไม่ค่อยชอบออกไปไหนข้างนอกด้วย อีกวันคือ วันที่ 29 สิงหาคม 2540 ซึ่งเป็นวันแต่งงาน ซึ่งปีนี้ชีวิตแต่งงานก็ย่างเข้าปีที่ 7 แล้ว ฝรั่งบอกว่า Seven Years Itch คือ ถ้าจะเลิกกันก็ปีนี้แหล่ะ แต่ผมกลับไม่รู้สึก เพราะเป็นปีที่มีแต่ความผูกพัน ยิ่งอยู่กันไปนานๆ ก็ยิ่งเป็นเพื่อน คงเพราะเราเป็นเพื่อนร่วมงานกันด้วย"
"มีแค่ 2 เหตุการณ์นี้กระมังที่ทำให้ผมมีความสุข คงไม่ใช่ความสุขที่ได้ออกทีวีเป็นครั้งแรก วันที่ได้ขึ้นเงินเดือน หรือได้เพิ่มตำแหน่ง ขอย้ำว่าจะต้องเป็นความสุขตามนิยามแรก คือความรู้สึก ปิติสุขในใจ จะว่าไปก็เกิดขึ้นยากเหมือนกันนะ แต่ว่าโดยพื้นฐานทุกๆ วันผมก็มีความสุขอยู่แล้ว"

วิธีการดึงตัวเองออกจากความทุกข์

"โอ้โห! ผมเป็นคนไม่ค่อยจะทุกข์อะไรกับใครเขาหรอก เพราะชีวิตมีแต่งาน ผมขอเรียกว่าเครียดดีกว่า แล้วถ้าเครียดเพราะงานไม่ได้ดั่งใจ ผมจะหาหนังดีๆ ชอบดูหนังที่ไม่มีพระเอกผู้ร้าย อย่างเช่น Forrest Gump, โหมโรง, แฟนฉัน หนังพวกนี้ดูแล้วร้องไห้ น้ำตาไหลพรากๆ เลย เพราะนิสัยผมเป็นคนอ่อนไหวง่าย"
"หรือถ้าวันนี้งานไม่ลงล็อกเลย เครียด ผมจะโทรศัพท์ไปคุยกับเด็กๆ หมายถึงหลานนะ ไม่ใช่เด็กอายุ 15-16 (หัวเราะกิ๊กกับมุขนี้) หรือนั่งดูหนังการ์ตูนกับหลานๆ ล่าสุดดู นีโม, Brother Bear กัน"

เมื่อมีความสุขอยากแบ่งปันให้ใคร

"ผมจะนึกถึงแม่เป็นคนแรก ภรรยา และหลานๆ เป็นลำดับถัดไป เวลาผมรู้สึกปลื้มๆ รู้สึกสบายใจ ก็จะชอบนั่งนึก เอ๊! วันนี้แม่เราจะมีคนชวนคุยหรือเปล่า แม่กินข้าวหรือยัง แล้วกินกับข้าวที่เหลือจากเมื่อวานหรือเปล่า หรือตอนนี้หลานๆ กำลังทำอะไรอยู่ เล่นอินเตอร์เน็ตนานเกินไปหรือเปล่า ผมก็จะโทรกลับไปเช็กเพราะผมจะตั้งกฎไว้เลยว่า พวกเขาเล่นอินเตอร์เน็ตได้วันละไม่เกิน 1 ชั่วโมงเท่านั้น"

หนึ่งสัปดาห์...ถ้าว่างอยากทำอะไรให้มีความสุข

"ตั้งแต่ผมทำงานมาไม่เคยลาพักร้อนเลยสักวันเดียวนะ ไม่เคยฝากงานใคร ไม่เคยลา ไม่เคยหยุดงาน ผมเป็นคนเกรงใจคน ทำเองเสียดีกว่า ยกเว้นวันแต่งงานซึ่งก็ลาน้อยมาก คือ 3 วัน เพราะมีข่าวด่วน เจ้าหญิงไดอาน่าเสียชีวิตก็เลยต้องเข้ามาทำงาน ฉะนั้นถ้าเกิดมีเวลาว่างสัก 7 วัน ก็ต้องเลือกอยู่กับคนที่ผมรัก คือ แม่ ภรรยา และหลานๆ แค่นี้ชีวิตก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องอยู่ในภัตตาคารกับแม่แล้วกินหูฉลามด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องอยู่กับภรรยาในรีสอร์ตหรูหรา หรือต้องอยู่กับหลานในบ้านหลังใหญ่โต ผมของเพียงให้ได้อยู่กับพวกเขา"

เวลาเจ็ดวัน..คุณน่าจะมีความสุขกี่วัน

"แค่ครึ่งวัน ถ้าไม่วันเสาร์ก็อาทิตย์ แล้วผมจะหาเวลาไปอยู่กับแม่ ส่วนหลานก็เช่นเดียวกัน บางทีก็มาค้างกับผม ส่วนภรรยาไม่ต้องพูดถึงเพราะอยู่ด้วยกันทุกวันแล้ว ความจริงถ้านอนบ้านเดียวกับแม่ก็อาจมีความสุขได้มากกว่านี้ แต่คงเป็นไปไม่ได้เพราะแม่อยู่บางมมด ส่วนผมอยู่บางนาเพราะที่ทำงานอยู่ย่านนี้ แล้วยังต้องไปอัด 'คุยคุ้ยข่าว' ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ช่อง 9 อีกด้วย เพราะฉะนั้นพอทำงานเสร็จ ได้หยุด ผมต้องรีบบึ่งไปหาแม่ทันที"

อนาคตอยากทำอะไรให้ตัวเองมีความสุขมากที่สุด

"ได้ทำงานที่บ้าน (ตอบทันที) ผมคิดไว้นานแล้วนะว่า อยากทำงานอะไรก็ได้ขอให้เป็นการทำงานที่บ้าน งานเขียนหนังสือ งานแปล ส่วนงานพิธีกรก็ไม่แน่หรอกครับ อีก 5 ปีข้างหน้าผมอาจได้จัดรายการอยู่กับบ้านก็ได้ เพราะโลกเทคโนโลยีอาจพัฒนาไปถึงจุดนั้นได้ ทุกวันนี้เรายังประชุม วิดีโอคอนเฟอเรนซ์กันได้เลย ผมเชื่อว่าวิทยาการในโลกอนาคตเป็นไปได้ แล้ววันนั้นชีวิตคนเราคงวิเศษมาก ผมไม่ต้องทำงานทั้ง 7 วัน อาทิตย์หนึ่งอาจไปสัก 2 วัน ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน แล้วถนนก็จะโล่งขึ้น งานก็เดิน ซึ่งเป็นการใช้โลกไฮเทคให้เป็นประโยชน์"

เมื่อถึงวันที่ฝันเป็นจริง เขาคงเป็นสุขกับการทำงานที่บ้านท่ามกลางคนรัก

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จาก นิตยสาร Lisa ฉบับวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2547

ขอขอบคุณ คุณน้องหนู SFC สำหรับข้อมูลนะครับ ^^


 
2004 © www.allaboutkanok.com - designed by jui - best view in 1024 x 768 pixel