|
"ผมจะตื่นตี
4.19 นาที ชอบเพราะเลขสวย (หัวเราะ) เมื่อก่อนตื่นตี 4
แต่รู้สึกว่าขอต่ออีกหน่อยน่า ให้นานขึ้นอีกนิด หลังจากนั้นก็มาเนชั่น
มาอ่านหนังสือพิมพ์ แล้วก็ไปช่อง 7 ก็อ่านข่าวตั้งแต่
06.15-07.30 น. แล้วก็กลับมาเนชั่น เวลา 08.30-09.30 น.
หลังจากนั้นก็ไปช่อง 7 ช่วงเวลา 11.00-11.30 น. แล้วก็กลับมาเนชั่น
เริ่มกินข้าวมื้อแรก 13.00 น. หลังจากนั้นก็เริ่มเตรียมข่าวรอบค่ำที่เนชั่น
19.00-20.00 น. แล้วก็ไปช่อง 9 ทำรายการ 21.00-22.00 น.
ก็หมดวันพอดี จะมีพิเศษก็วันเสาร์-อาทิตย์ มีไปแจกลายเซ็นบ้าง"
+ ชีวิตที่
'รื่นรมย์'
สำหรับเรื่องชีวิตคู่ 'กนก' เล่าถึงภรรยา 'ลักขณา' อย่างเปิดเผยว่า
"ภรรยาผมทำงานอยู่ที่เดียวกัน เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการฝ่ายรายการของเนชั่น
ก็ไม่ค่อยได้เจอกันเลย กลับถึงบ้านห้าทุ่ม เขาก็หลับแล้ว
ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ไม่มีลูกก็ไม่เป็นไร ตอนนี้อายุก็มากแล้ว
อีกอย่างผมมีหลานเยอะ กลิ่นอายของเด็กไม่ค่อยขาดไปจากครอบครัว
ก็เลยไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่"
แม้ว่าจะทำงานตลอดเวลาแทบไม่มีวันหยุด แต่ 'กนก' ก็ยังเป็น
'กนก' ที่รื่นรมย์กับชีวิต
"ทำงานก็คุยข่าวไปเรื่อย ๆ ซีเรียสที่ตัวข่าว เราก็เครียดไปตามทำนอง
อย่างคนข่มขืนลูก ข่าวภาคใต้ แต่สำหรับตัวตนจริง ๆ แล้ว
ผมเป็นคนไม่ค่อยเครียด ไม่ถึงกับสนุกสนาน แต่รื่นรมย์
รักษาสภาพจิตใจให้พอดี ๆ ไม่เครียด ไม่หลงถลำลึกไปกับเนื้อหาของข่าว
น่าจะใช้คำว่าเป็นคนที่รื่นรมย์ น่าจะโอเคที่สุด"
ระหว่างสนทนา 'อรัญญา ชัยคาม' ผู้ดำเนินรายการซึ่งนั่งอยู่ในห้องด้วยก็คอมเมนต์นิสัยส่วนตัวของ
'กนก' ว่า
"ตั้งแต่รู้จักกันมาเขาก็เป็นคนแบบนี้แหละ นิสัยไม่ค่อยเปลี่ยน
เป็นคนไม่เครียด สนุก ๆ"
พอลูกหม้อคนสวยของเนชั่นคล้อยหลัง 'กนก' ก็แอบยอวาทีเพื่อนร่วมงานว่า
"คุณอรัญญาเขาเป็นคนสวยมาก ผมว่าหายากนะ สมัยนี้จะหาคนสวยแบบไทย
ๆ ไม่ค่อยมีแล้ว ใครจะสวยเหมือนกับอรัญญา ดูดีโดยไม่ต้องแต่งหน้าทาปากซะจนหน้าเขียวแก้มแดง
ผมชอบนะ เอ้า...ชมกันเองนี่แหละ"
เปิดช่องแบบนี้ เลยมีประเด็นถามต่อถึงความเจ้าชู้ของผู้ชายที่ชื่อ
'กนก'
"เมื่อก่อนผมเจ้าชู้ ตอนนั้นยังไม่ได้แต่งงาน ช่วงที่เป็นดีเจจัดรายการวิทยุ
ก็มีแฟนรายการที่เขามาชอบพอ มาติดอกติดใจ ก็ชวนกันไปกินข้าวบ้าง
อะไรบ้าง แต่ตอนนี้เราแต่งงานแล้ว อายุก็ 41 แล้ว สำหรับผู้ชายฝรั่งเขาบอกเริ่มต้น
แต่สำหรับคนไทย ผมว่าแก่ไป ถ้าเราวางแผนชีวิตดี ๆ กับอายุขนาดนี้
น่าจะเหนื่อยน้อยกว่านี้ ไม่ต้องมาลงแรงทำเองเท่านี้ เพราะชีวิตไม่ได้วางแผนไว้ก่อน
ผมเสียเวลาไปมากกว่าจะเข้ารูปเข้ารอย"
+ กว่าจะเข้ารูปเข้ารอย
ตั้งแต่จบธรรมศาสตร์ 'กนก' ใช้เวลากับการทำงานประเภทฟรีแลนซ์มาตลอด
เริ่มจากการเป็นผู้จัดกรายการวิทยุ ก่อนจะเข้าสู่วงการทีวี
และมาโด่งดังเป็นคู่ 'คุยคุ้ยข่าว' ของสรยุทธในวันนี้
"จริง ๆ ผมชอบจัดรายการวิทยุ ไม่เครียด สบาย ๆ เปิดเพลงไปคุยกันไป
เล่นเกมบ้าง แต่ทีวีเราต้องระมัดระวังตลอด พูดอะไรก็ต้องระวัง
ก็ได้อย่างเสียอย่าง ผมกับคุณสรยุทธรู้จักกันมานานแล้ว
ตั้งแต่คุณสรยุทธเข้ามาที่นี่ (เนชั่น) เป็นนักศึกษาฝึกงาน
แล้วไต่ขึ้นมาเป็นบรรณาธิการ เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการ
ดูแลข่าวการเมือง ทีนี้ทางคุณสุทธิชัย หยุ่น คิดว่าเมื่อมีการจัดรายการวิทยุ
ผู้สื่อข่าวควรจะมาเป็นคนเล่าเหตุการณ์ เพราะคุณสรยุทธเขามาจากสายงานข่าว
ด้านวิเคราะห์ข่าว ส่วนผมมาสายวิทยุ ช่วงที่มาจัดรายการวิทยุเนชั่นด้วยกัน
ก็ไม่ค่อยได้เจอกัน เพราะสรยุทธเขาอยู่กอง บ.ก. ไม่ค่อยมีเวลา
จะจัดรายการจากที่หนึ่ง ขณะที่ผมก็จัดที่ห้องส่ง ส่วนทีวีตอนแรกที่มาจัดรายการด้วยกัน
คุณสุทธิชัย หยุ่น วางให้ผมเป็นผู้ดำเนินรายการ คุณสรยุทธเป็นคนวิเคราะห์
ผมชงแล้วแกก็เล่ารายละเอียด เพราะแกฝึกมาตั้งแต่จัดรายการวิทยุก่อนจะมาเป็นไอทีวี
เราใช้สไตล์การจัดรายการแบบธรรมชาติ สรยุทธรุกเร้า ผมรับ
80% ผมจะรับ แต่ที่ว่าคนดูอาจจะรู้สึกเหมือนถูกรุกมาก
ผมรู้สึกเฉย ๆ เพราะคนดูเขารู้สึกเหมือนกับเราเป็นหยินกับหยาง
มันจะพอดีกัน"
+ อนาคตยัง 'รื่นรมย์'
แม้จังหวะและช่วงเวลาแห่งชีวิตกำลังไต่ขึ้น แต่เขาก็ตั้งใจว่าจะยังคงรักษาจำนวนรายการไว้เพียงเท่าที่เป็นอยู่
"สำหรับปีหน้า รายการต่าง ๆ ก็คงเท่านี้ คงเพิ่มไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว
เพราะถูกบีบด้วยเวลา อีกอย่างงานเยอะมากไม่ดี หน้าจะช้ำ
ส่วนภรรยาผมก็คงจะยอมรับแล้ว เพราะเรารับรู้กันก่อนแต่งงานแล้วว่า
งานข่าวเวลาจะไม่มีที่แน่นอน ชีวิตเราถูกฟิกซ์ด้วยงาน
แต่คิดว่าจะออกหนังสือชื่อ รื่นรมย์ เล่ม 2 ต่างกับเล่มแรก
อย่างเล่มแรกเอาเรื่องอดีตมาเรียงร้อยเป็นตัวหนังสือให้อ่านกัน
เป็นที่มาที่ไปของเราเองมากกว่า อ้อ...คิดว่าปีหน้าจะเน้นเรื่องสุขภาพตัวเอง
เพราะปกติผมเตะฟุตบอลที่เนชั่นสัปดาห์ละ 2 วัน เดี๋ยวนี้บางทีไม่มีเวลาเลย
อายุขึ้นเลข 4 แล้ว ตาเริ่มไม่ค่อยดี เพราะจ้องจอคอมพ์มาก
หรือเวลาไปงานข่าวที่สตูดิโอก็ทำให้ตาเราแห้ง คิดว่าปีหน้าเป็นปีที่ต้องใส่แว่นแน่
ไม่สั้นก็ยาว"
+ 'กนก'
ภาค 2 จะโจ๋งครึ่ม
และเมื่อเขาหันมาจับปากกาเขียนหนังสือ ยอดจำหน่ายของเขาก็ไล่ตามเพื่อนซี้สรยุทธ
มาติด ๆ แต่ละอาทิตย์เขาจะถูกวางตารางคิวในการเดินสายแจกลายเซ็นตามร้านจำหน่ายหนังสือสาขาดัง
ๆ ทั่วประเทศ
"หนังสือเป็นอะไรที่ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย
เคยส่งเรื่องสั้นไป ฟ้าเมืองไทย เคยเขียนงานวิจารณ์ใน
สตาร์พิคส์ เนชั่นสุดสัปดาห์ เขียนอยู่ 2 ปี แต่ถือว่าผลิตงานเขียนน้อยมาก
หนังสือมาดัง ผมว่าก็แปลกดี ความจริงผมคิดว่าตัวเองไม่ใช่นักเขียนหรอก
เหมือนกับเรามาจากกระแสดารามาเขียนหนังสือ หรือตลกมาเขียนหนังสือ
คิดว่านักเขียนต้องอย่างกฤษณา อโศกสิน ทมยันตี หรือทิวา
สาระจูฑะ ผมไม่ใช่มาจากการเขียนหนังสือ แต่เป็นช่วงพอดีของเรามากกว่า
อย่างเวลาที่มีคนมาขอลายเซ็นผมไม่เขินนะครับ ไม่ใช่ว่าต้องหลบหรือต้องพรางตัวแบบดารา
เพียงแต่เราสูญเสียความเป็นส่วนตัวไปบ้างเล็กน้อย อย่างเมื่อก่อนเราสามารถใส่เสื้อเก่า
ๆ ได้ ตอนหลังเมียก็มาจับแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ มันไม่เหมือน
แต่ก็จะเปลี่ยนแค่เสื้อผ้า ส่วนบุคลิกผมก็ยังคงเดิม ทรงผมก็ธรรมดา"
สำหรับ ชีวิตรื่นรมย์ เล่ม 2 เขากล่าวว่า
"จะโจ๋งครึ่มมากขึ้น จะมีอะไรที่เป็นเบื้องหลังเบื้องลึกมากกว่าเล่มแรก
ผมเป็นพวกที่ชอบจมอยู่กับอดีต แต่เล่มสองนี่จะเริ่มพูดถึงเรื่องงาน
เรื่องเพื่อน ๆ เรื่องคนในวงการ"
+
'คุยข่าว' กำลังจะเชย
ในฐานะรุ่นพี่วงการสื่อสารมวลชน และกำลังจะเป็นคลื่นลูกใหม่ที่ไล่ตาม
'สรยุทธ' มาติด ๆ โดยยังไม่มีใครมาแซง 'กนก' ให้ทรรศนะในการแข่งขันของวงการสื่อไทยว่า
"วงการทีวีปีหน้าคงมีคู่แข่งมากขึ้น สื่อคงไม่หยุดนิ่งแน่นอน
ทั้งแง่การข่าว ข้อมูล ความรู้ รูปแบบการนำเสนอ การมาโชว์นั่งหน้าเวทีสองคนแล้วโชว์หนังสือพิมพ์จะเชยในเวลารวดเร็ว
สำหรับพวกเรา มีการปรับเปลี่ยนแน่นอน ถ้าคลื่นลูกใหม่มาแข่งกับคลื่นลูกเก่า
มีคนคุยข่าวรุ่นใหม่ มีอะไรใหม่ ๆ มานำเสนอก็จะสนุก แต่ถ้าน้อง
ๆ มาพูดแบบที่เคยพูด ผมว่าอย่ามาแข่งกับพี่เลย ถ้าจะมาแข่งกับพี่ก็อย่าตามรูปแบบนี้จะเชยแน่นอน
สำหรับส่วนของผมกับสรยุทธ ผมกับเนชั่น และผมกับช่อง 7
แต่ละรายการไม่ได้อยู่นิ่ง มีการพัฒนาแน่นอน แต่ยังไม่บอกว่าเป็นอย่างไรสำหรับปีหน้านี้
ส่วนวงการวิทยุ อยากให้ทำงานเชิงพาณิชย์ให้น้อยลง อยากให้มีเนื้อที่ว่างสำหรับการฟังเพลงที่อยากจะฟังบ้าง
น่าจะมีที่สำหรับกลุ่มคนที่ชอบฟังเพลงจริง ๆ บ้าง ผมเป็นคนที่ชอบเพลงลูกกรุงเก่า
ๆ หรือลูกทุ่งเก่า ๆ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเก่าทั้งคลื่นหรอก
เพลงลูกทุ่งสมัยนี้แปลก ๆ ดูไม่ออกว่าเป็นลูกทุ่งหรือลูกกรุง
มันเป็นลูกครึ่งไปหมดแล้ว"
+ กับเพื่อนที่ชื่อ
'สรยุทธ'
คุย คุ้ย กนก มาถึงตอนนี้แล้ว จะไม่ให้เอ่ยถึงสรยุทธ คู่ซี้ก็ดูกระไรอยู่
"สรยุทธ เป็นคนเก่ง เวลานึกถึงเขา คนจะนึกถึงคนคุยข่าว
ในยุคนี้ พ.ศ.นี้ จะเป็นเขา เมื่อยุคสมัยหนึ่งคนคุยข่าวเป็นของคุณสุทธิชัย
หยุ่น สรยุทธ ถือว่าเป็นมาสเตอร์พีซ เราต้องยอมรับสรยุทธ
ต้องให้เครดิตกับเขา เขาเป็นคนที่ทำให้การนำเสนอข่าวตามรายการทีวีบูมขึ้น
มีส่วนทำให้คนหนุ่มคนสาวสนใจงานด้านข่าวมากขึ้น ในอีกอารมณ์หนึ่งเขาทำให้ภาพลักษณ์ข่าวในสายตาวัยรุ่นไม่น่าเบื่อ
ทำให้เด็กอยู่ดูข่าวเยอะขึ้น"
+ ปรัชญา
'รุ้งกินน้ำ'
สำหรับวงการข่าวในปี 2548 'กนก' มองการขับเคี่ยวของข่าวจอแก้วใน
พ.ศ.ใหม่นี้ว่า
"ผมถือว่าตอนนี้เป็นยุคเปลี่ยนผ่านมากกว่า ผมมองงานข่าวว่า
ก่อนหน้านี้เหมือนกับเป็นช่วงที่ฝนตก เมื่อฝนหยุดตกก็จะมีรุ้งกินน้ำ
ผมน่าจะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ถือเป็นรุ้งกินน้ำมากกว่า
และหลังจากรุ้งกินน้ำหมดลงก็จะเป็นช่วงที่ฟ้าเปลี่ยนสี
เข้าสู่ฟ้าใหม่ เป็นยุคโรมรันของวงการสื่อ ผมอยากบอกท่านผู้ชมว่า
ช่วงนี้เราเป็นทั้งช่วงลองผิดลองถูก ก็อยากให้แนะนำมา
ตอนนี้เตรียมพร้อมถึงแม้ว่าเราจะมีข้อดีตรงที่อาบน้ำร้อนมาก่อน
แต่ความคิดสร้างสรรค์ของเราไม่ได้เปรียบน้อง ๆ แต่ก็ขอให้น้อง
ๆ อย่าตาม ถ้าตามน้อง ๆ สู้พี่ไม่ได้แน่ ๆ" (หัวเราะ)
แม้เขาจะเปรียบตัวเองเป็น 'รุ้งกินน้ำ' ซึ่งเป็นเพียงปรากฏการณ์สวยงามชั่วคราวทางธรรมชาติ
แต่เราเชื่อว่าปลาย 'สายรุ้ง' ที่รื่นรมย์ของเขาย่อมไม่ใช่ความว่างเปล่าอย่างแน่นอน..
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
* ขอบคุณน้องติ๊ก
สำหรับข้อมูลนะครับ ^^
|