แรกกนก |
เรื่องกนก | รูปกนก | อ่านกนก | คุยกนก

................................................................................................................  






นิตยสาร : TVreview
รายสัปดาห์ ปีที่ 5 เล่มที่ 245
16-22 กรกฎาคม 2547
( ถอดรหัส ผู้ชายของสรยุทธ )
กนก รัตน์วงศ์สกุล

o กลายเป็นหนุ่มวัยเกิน 40 ที่ฮอตขึ้นมาทันควัน
เพราะได้อานิสงส์จากเพื่อนซี้ สรยุทธ สุทัศนะจินดา
เลยทำให้ กนก รัตน์วงศ์สกุล เนื้อหอม
มีผู้จัดฯ รุมตอมอยากให้ไปทำงานด้วยมากมาย
ล่าสุดบริษัท แมทชิ่งฯ จีบให้ไปทำรายการ 'ลายกนก'
ในผังใหม่ช่อง 5 ด้วยสนนราคาค่าตัวสูงถึงเดือนละล้านบาท
ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่มากกว่าสรยุทธหลายเท่า
แต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด... ไม่นานก็มีข่าวออกมาว่า 'กนก' เซย์โนขอเชิดใส่เงินล้านไปเฉย ๆ
อย่างนี้ต้องถอดรหัสเปิดใจ
ผู้ชายที่มีความคิดและฝีปากลวดล
าย...กนก


ได้ข่าวคุณปฏิเสธที่จะทำรายการ 'ลายกนก'

"คือรายการนี้เป็นไอเดียของ พี่ตี๋ แมทชิ่งฯ เขาบอกว่าคิดรายการนี้ขึ้นมาเพื่อผมโดยเฉพาะ ก็เลยตั้งชื่อรายการตามชื่อผมเป็น 'ลายกนก' แต่ทีนี้เขาติดต่อมาหลังจากที่ผมเข้าไปคุยกับ พี่แดง (สุรางค์ เปรมปรีดิ์) ที่ช่อง 7 และโอ.เค.ทุกอย่างแล้ว คือผมตกลงกับช่อง 7 วันนี้ วันพรุ่งนี้พี่ตี๋ก็ติดต่อมาเลย ผมก็บอกว่าโห...ไม่ไหวมั้ง เพราะทำรายการให้ช่อง 7 มันเช้ามาก แล้วรายการ 'ลายกนก' ต้องออกอากาศตอน 5 ทุ่มถึงเที่ยงคืนช่อง 5 ผมก็บอกเขาไปตรง ๆ ว่าไม่ไหว จากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย (ปฏิเสธไปตั้งแต่แรกแล้ว?) ใช่แต่ไม่รู้ทำไมข่าวเพิ่งกระเพื่อมออกมา อาจเป็นเพราะช่วงนี้ช่อง 5 มีข่าวจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ และข่าวเกี่ยวกับผังใหม่แล้วในผังใหม่มีรายการ 'ลายกนก' ด้วย เขาก็เลยเอามาเขียนตีเป็นข่าวได้หลายประเด็นทั้งประเด็นฝังใหม่ช่อง 5 ประเด็นผมจะไปแข่งกับ คุณสรยุทธ (สุทัศนะจินดา) บ้าง"

ไม่ใช่เหตุผลเพราะไม่อยากทำรายการเหมือนคุณสรยุทธ

"รายการนี้ไม่เหมือน 'ถึงลูกถึงคน' ของคุณสรยุทธซะทีเดียว ของเขาจะเป็นรายการยาวมีเรื่องเดียวที่เป็น Topic แล้วก็ซัดกันไปแบบถึงลูกถึงคน แต่ 'ลายกนก' จะเป็นรายการที่อาจจะมีแขกรับเชิญประมาณ 3-4 คน มานั่งคุยกัน แล้วก็มีสกู๊ปและมีเรื่องอะไรหลายอย่างในรายการเดียว เราไม่ใช่เรื่องทอล์คเข้มข้นแบบของเขา แต่ โอ.เค. มันอาจจะชนกันในแง่ของเวลา ที่เป็นเวลาเดียวกัน"

จริงมั้ยที่คุณจะได้เงินเดือนเดือนละล้านจากการทำรายการนี้

"ไม่ใช่เลยครับ เดือนละล้านเนี่ยมันเยอะมากเลยนะ (มีข่าวว่าคุณได้จริงๆ?) ใช่ ผมก็เห็น มันเว่อร์ไปหรือเปล่า หนังสือที่เป็นคู่แข่งคุณลงข่าวเว่อร์ไปหรือเปล่า (หัวเราะ) ที่ผมทำงานมาตั้งแต่ต้นไม่ได้ทำเพื่อเงินเป็นตัวตั้งอยู่แล้ว ถ้าหากผมทำเพื่อเอาเงินเป็นตัวตั้ง ป่านนี้ผมไปจากเนชั่นตั้งแต่คุณสรยุทธออกไปอาทิตย์แรกแล้วสิ ผมสามารถตามไปได้เลย อันนี้หมายถึงถ้าเอาเงินนะ (ทำเสียงขึงขัง) ไม่ใช่หรอก...ผมเป็นคนไม่เอาเงิน เออแต่มันก็เยอะนะ (หัวเราะ) จริงๆ พี่ตี๋ไม่ได้เสนอเงินอะไรมาเลย เราสองคนไม่เคยคุยเรื่องเงิน เรื่องนี้ผมรู้มาก่อนที่จะเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์อีก รู้สึกว่าข่าวจะหลุดออกมาจากสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง พอดีคนที่เนชั่นไปตีกอล์ฟที่นั่นเขาได้ยินมาแบบนี้ก็เลยเอามาบอกผม (ได้ยินแล้วตกใจมั้ย?) ผมเฉยๆ ความจริงมันมีรายละเอียดอะไรอีกเยอะ แต่ที่บอกได้คือตอนคุยกับพี่ตี๋ไม่ได้คุยเรื่องรายได้กันเลย พอคุยเรื่อง 'ลายกนก' ไม่ลงตัว เราก็เลยคุยเรื่องอนาคตกันต่อว่าเออ...น่าจะมาทำงานร่วมกันนะ มันไม่ใช่การต่อรองหรือตกลงอะไรทั้งสิ้น"

รู้ตัวมั้ยกำลังเป็นหนุ่มฮอต

"เรียกว่าเป็นข่าวเยอะดีกว่า อย่าพูดว่าผมกำลังฮอตเลย มันเขินว่ะ (หัวเราะ) เป็นเพราะบุคลากรที่ทำอยู่ในวงการนี้มีน้อย ยิ่งบุคลากรที่เป็นผู้ชายด้วยยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ นอกจากคุณสรยุทธและผมแล้ว หาผู้ชายคนอื่นได้ยาก ส่วนมากมีแต่ผู้หญิง แล้วถ้ามีผู้ชายก็ไม่รู้เป็นผู้ชายแท้หรือเปล่า (กระซิบเสียงเบาๆ) มันพูดลำบาก ถ้าถามตัวผมไม่เคยรู้สึกตัวว่าฮอต และไม่เคยรู้สึกตัวว่าตัวเองเก่ง ผมรู้สึกว่ามันดู... (ทำท่านึก) เขาเรียกอะไรนะ ไม่เชิงเก่งแต่ดูมีงานเยอะ เพราะคนมันน้อยมากกว่า ถ้ามีคู่แข่งมากๆ ผมคงมาได้ไม่ถึงขนาดนี้"

แล้วคุณยุทธเป็นคู่แข่งคุณหรือเปล่า

"ไม่เลย (ปฏิเสธเสียงแข็ง) ผมไม่เคยคิดทำรายการเพื่อแข่งกับคุณสรยุทธ ไม่เคยคิดจริง ๆ (ปฏิเสธเสียงหนักแน่นอีกรอบ) แม้กระทั่งรายการตอนเช้าผมก็ไม่เคยคิดจะไปทำแข่งกับเขา ซึ่งเรื่องนี้แล้วแต่คนจะมอง บางทีในเส้นทางธุรกิจเขาต้องมองกันแบบนี้ การแข่งขันก็คือการแข่งขัน มันก็ต้องแข่งขันกัน แต่สำหรับผมกับคุณสรยุทธจะไม่มีการมองแบบนี้ และผมก็รู้ด้วยว่ามีบางส่วนที่พยายามจะเซตรายการเพื่อให้ผมชนกับคุณสรยุทธ แต่ด้วยความที่ผมไม่มีพื้นที่คิดจะทำแข่งคุณสรยุทธอยู่แล้ว เวลาผมรับงานจะดูแค่โอ.เค. น่าทำมั้ย ตัวเองอยากทำหรือเปล่า ไม่เคยดูว่าต้องทำเวลานี้เพื่อแข่งกับคุณสรยุทธ ผมไม่เคยคิดแบบนี้เลย และไม่อยากให้ภาพออกมาเป็นแบบนั้นด้วย อย่างตอนเช้าคนจะมองกันแล้วว่าช่อง 7 กับช่อง 3 กำลังแข่งกัน และถ้าผมไปทำตอนกลางคืนอีก เอ๊ะ...มันจงใจเกินไปหรือเปล่า อันนี้ผมยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ปฏิเสธรายการ 'ลายกนก' เพราะไม่อยากให้เป็นแบบว่า โอ้โห...คุณสรยุทธมีช่องเวลาไหน กูจะไปแข่งด้วยหมด ผมไม่เอาอย่างนั้น (รู้สึกยังไงที่มีคนตั้งใจจับเราชนกับคุณสรยุทธ?) เฉยๆ ผมรู้สึกว่ามันเป็นธุรกิจ อย่างที่ผมเคยบอกมันเหมือนกับการเล่นฟุตบอล ผมสังกัดสโมสรหนึ่ง เขาสังกัดสโมสรหนึ่ง ถึงอยู่ต่างสโมสรกันเราก็รู้จักกัน และเป็นเพื่อนกัน แต่เวลาแข่งขันกันในเกม มันเป็นการแข่งขันในเชิงธุรกิจ ฉะนั้นมันก็ต้องแข่ง แต่ถ้าต่อไปดูเหมือนเจตนาเกินไปที่จะไปแข่งกับเขาโดยเฉพาะ ผมก็ไม่เอา หรือถ้าอันไหนบังเอิญเป็นสิ่งที่ผมอยากทำ และไปพ้องกับเขาพอดี ผมก็บอกได้ว่าผมไม่ได้เจตนา"

ถ้าไม่คิดแข่ง แล้วเหตุผลที่ทำรายการตอนเช้าให้ช่อง 7

"คือทาง มีเดีย ออฟ มีเดียส์ ขอตัวผมมาทางผู้ใหญ่ที่เนชั่น ผู้ใหญ่ก็รับเรื่องไว้และพิจารณา เขาเห็นว่าช่อง 7 เป็นสถานีที่ไม่ได้บูมเรื่องข่าวง่าย ๆ แต่เขาต้องการบูมเรื่องข่าวด้วย อีกอย่างเป็นรายการข่าวที่น่าสนใจ แล้วเขาก็ให้เกียรติกับเนชั่น ถ้าทำข่าวร่วมกับเนชั่นได้ก็โอ.เค. ส่วนตัวผมเกรงใจผุ้ใหญ่ รู้สึกว่าผู้ใหญ่อุตส่าห์ให้เกียรติเราไปทำในสถานีที่เน้นเรื่องละคร แล้วอุตส่าห์เชิญเราไปเพื่อทำข่าวด้วยเนี่ย ถ้าเล่นตัวมากไปมันก็จะน่าถีบเอา (หัวเราะ) เราก็เอาพอสมควรละกัน บอกตรงๆ ตอนแรกผมปฏิเสธไปแล้วเพราะรู้สึกเฉยๆ ไม่อยากทำ มันเช้าด้วยแหละ (หัวเราะ) คือผมมีรายการที่เนชั่นอยุ่แล้ว ผมก็กลัวจะไม่ได้ทำรายการ 'เก็บตกจากเนชั่น' ต่อ พอดีช่อง 7 กรุณาหลีกเวลาให้เพื่อผมจะได้ทำ 'เก็บตกจากเนชั่น'ได้ เราก็โอ.เค. ดีดดิ้นแต่พองาม (หัวเราะ) ไม่ได้มากจนผู้ใหญ่รู้สึกว่าเดี๋ยวจะโดน มันเกินไปแล้ว (หัวเราะ) แต่เวลาผมมาทำให้ช่อง 7 ก็ทำให้เต็มที่ไม่มีปัญหา และทำด้วยความเต็มใจด้วย ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะให้ผมไปทำอะไร ไม่ใช่แค่ติดต่อมาแล้วให้เงินแค่นี้กูรีบบินไปเลย ชีวิตมันไม่ง่ายขนาดนั้น"


มีข่าวว่าคุณรวยแล้ว เพราะได้ค่าจ้างในแต่ละงานเยอะ

"ไม่จริง...ผมยังไม่รวย (ทำเสียงสูง) คู่แข่งคุณน่ะลงผิด (หัวเราะ) ตัวผมเองไม่ได้เป็นนักเขียน แต่ผมรู้สึกว่าในวงการนักเขียน ถ้าจะให้เขียนเสียดสี เขียนแบบไม่ให้เกียรติ เขียนแบบตำหนิวิพากษ์วิจารณ์น่ะมันง่าย แต่เขียนในเชิงสร้างสรรค์มันยาก บางทีผมอ่านข่าวก็รู้สึกว่าทำไมไม่ให้เกียรติกัน มาว่าผมว่าที่ไปทำช่อง 7 กับโมเดิร์นไนน์ เพราะอยากได้เงินมากขึ้นกว่าเดิม 20 เท่า จะบ้าเหรอ! เออ...ฝากลงหน่อยเถอะ มาบอกว่าผมมีเงินเดือนไม่กี่หมื่นบาท เลยต้องไปทำที่ช่อง 7 กับโมเดิร์นไนน์ เพราะอยากได้เงินเดือนมากกว่าเดิม 20 เท่า โอ้...ก๊อด! มันไม่ถึงขนาดนั้นเลยพ่อคุณ มันไม่ได้มากอะไรเลย เขาไม่รู้ว่าก่อนที่ผมจะไปทำช่อง 7 กับโมเดิร์นไนน์ เนี่ย ไม่ใช่เขาติดต่อมาปุ๊ปผมรับปั๊บ แต่เรามีการคุยเจรจาต่อรองกันเยอะมาก ใช้เวลานานเป็นเดือน และเต็มไปด้วยเรื่องยุ่งมากมาย เพราะผมไม่ได้ตั้งหลักว่าตัวเองจะออกไปทำฟรีทีวี ผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องนั้น ฉะนั้นกว่าจะลงตัวได้มันมีอะไรหลายอย่างที่ต้องทำ
แล้วในข่าวจะพาดหัวกันแปลก ๆ ประมาณว่า 'น้ำขึ้นไม่รีบตักก็โง่แล้ว' โห...ผมเพิ่งเคยเจอลีลาการพาดหัวแบบนี้นะเนี่ย พอดีมีเด็กเอาหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นมาให้อ่าน เขาก็บอกว่าถ้าพี่ไม่เอาเนี่ยพี่โง่เลยนะ เราฟังแล้วก็ขำ แต่ในความรู้สึกถ้าเป็นในแง่ของตัวเงิน ดูมันเกินจากความเป็นจริงเยอะเกินไป และอย่างที่บอกเวลาผมทำงานจะไม่ได้มองเรื่องเงินเป็นใหญ่ ถ้างานนั้นน่าทำ องค์กรน่ารัก และผู้บริหารที่ผมจะไปอยู่ด้วยเป็นคนน่ารัก น่าศรัทธาในเส้นทางการต่อสู้ของเขา แล้วผมเคารพนะ โห...ไม่ต้องใช้เงินขนาดนั้นหรอก แค่เขามากระแซะ...กระแซะคุยก็ได้แล้ว เพราะผมไม่เคยคิดจะรวย หรือทำทุกอย่างเพื่อจะเอาเงินไปซื้อรถ ไปเปลี่ยนบ้านให้ใหญ่ขึ้น ให้ตายเถอะ...ไม่เคยคิดแบบนี้เลยจริง ๆ แต่ถามว่าอยากได้เงินมั้ย...ก็อยากได้ แต่ผมไม่ได้ทำงานทุกวันนี้เพื่อให้ตัวเองตั้งหลักได้ ประมาณว่าถ้าเงินเดือนออกต้องมีรถคันนี้เดือนหน้าต้องมีบ้านให้ใหญ่ขึ้น หรือจะมีเงินเก็บเท่านั้นเท่านี้ ผมไม่เคยคิดจะรวยขนาดนั้น แต่โอ.เค. ถ้าทำงานเสร็จแล้วไม่ให้เงินเดือนผม ผมโกรธแน่เพราะมันเป็นสิทธิ์ที่ผมต้องได้ แต่ไม่ได้หวังที่จะรวย"

หลายคนมองว่าคุณสรยุทธยังกล้าออกจากเนชั่น ทำไมคุณไม่ออกบ้างทั้งๆ ที่มีโอกาสมากมาย

"ความจริงคุณสรยุทธไม่ได้ออกจากเนชั่นนะ เขาไปเพราะอุบัติเหตุ ในหนังสือเขายังเขียนเอาไว้เลยว่า ทุกวันนี้เขาจะมีความสุขมาก ถ้าไปทำงานที่อื่นแล้วยังอยู่ที่เนชั่น ความจริงเขาไม่อยากไปจากเนชั่นหรอกผมรู้ แต่โอ.เค. เขาไปด้วยอุบัติเหตุซึ่งก็เป็นเรื่องเก่าแล้ว สำหรับตัวผมยังรู้สึกว่าอยากอยู่ที่นี่ ยังมีความสุขดีอยู่กับตรงนี้ เรายังมีอิสระทางความคิด ยังได้พูดโน่นพูดนี่ ยังได้ทำอะไรหลายอย่าง ต้องยอมรับว่าที่นี่เป็นที่ที่ให้โอกาสผมกับคุณสรยุทธเติบโตมา และเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่เราฮอตกันทุกวันนี้ ก็เพราะเราถูกวางรากฐานมาจากที่นี่ อันนี้คุณสรยุทธก็ตระหนักดี"

รู้สึกยังไงที่มีคนให้ฉายาว่า 'เป็นผู้ชายของสรยุทธ'

"(หัวเราะ) ผมว่ามาจากการเป็นคู่กันมากกว่า ฉายานี้มันน่าจะมาจาก 2 เหตุผลคือ ที่ผมมีชื่อเสียงได้ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากการจับคู่กับเขา อันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ ไอ้ที่ใครบอกว่าผมฮอตส่วนหนึ่งผมยกความดีความชอบให้คุณสรยุทธไปเลย อีกเหตุผลคือ จากข่าวคราวที่คุณสรยุทธไปทำกับคนโน้นคนนี้แล้วดูไม่ค่อยเข้าขาหรือเข้าขาบ้าง ไม่เข้าขาบ้าง ไม่เหมือนทำกับผมเพราะเราทำด้วยกันมานานเลยดูเข้าขากัน (หลายคนมองว่า คุณมักถูกคุณสรยุทธข่มในรายการ?) อันนั้นเป็นสไตล์ เขาไม่ได้เจตนาที่จะข่มผมหรอก ไม่ใช่ว่าพอถึงเสาร์-อาทิตย์ นี้เดี๋ยวกูจะไปข่มไอ้กนก จะไปไล่บี้ไอ้กนก เขาได้คิดอย่างนั้นหรอกครับ มันเป็นสไตล์ที่บังเอิญมาเจอกัน สไตล์ของผมมันจะสอดไปในจุดที่โดนเขาข่มมากกว่า ซึ่งเขาก็ไม่ได้เจตนา แต่ผมรู้สึกว่าคนดูรู้สึกมากกว่าตัวผมซะอีก บางคนจะฮีทมาก...ทำไมคุณกนกไม่สู้ไม่เถียง เราก็...เถียงอะไรวะ (หัวเราะ) ผมไม่รู้จะเถียงอะไร เขาก็บอก...ตอกให้หน้าหงายไปเลย คุณน่ะสู้เขาได้ คนอื่นสู้ไม่ได้หรอก ผมก็งง ๆ เพราะไม่ได้คิดอะไรและไม่รู้สึกอะไรด้วย ฉะนั้นจะให้มามีลูกข่มอะไร ทำไม่ได้หรอก"



ถ้าให้พูดเปรียบเทียบสไตล์การจัดรายการของตัวเองกับคุณสรยุทธ

"คุณสรยุทธจะมีสไตล์การนำเสนอข่าวแบบทะลุทะลวง ส่วนผมทะเล่อทะล่า (หัวเราะ) ของผมจะดูแล้วแต่กรณี แต่ของคุณสรยุทธจะเป็นแบบพลังเยอะ ตื่นเช้าขึ้นมากูจะต้องทำแบบนั้นเสนอข่าวให้ทะลุทะลวงไปเลย แต่ผมไม่ถึงขนาดนั้นของผมเป็นบางทีแล้วแต่อารมณ์แล้วแต่งานข่าว ข่าวบางชิ้นผมนำเสนอไปแบบเฉย ๆ เพื่อให้คนดูได้รู้เท่านั้น แต่บางชิ้นไม่ได้ก็จะขอแบบทะลุทะลวงเลยเหมือนกัน แต่คุณสรยุทธรู้สึกว่าทุกชิ้นจะเอาทะลุทะลวงหมด ซึ่งสไตล์การทำงานของผมจะแตกต่างกันไปตามคนที่ทำงานคู่กับเรา ผมทำกับคุณสรยุทธจะเป็นอีกแบบหนึ่ง ทำกับ คุณพิสิทธิ์ (ช่อง 7) ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ทำกับ คุณธีระ (เก็บตกฯ) ก็อีกแบบหนึ่ง คือเราต้องดูคนที่เราไปทำงานด้วย สมมุติผมทำกับคุณสรยุทธสไตล์นี้แล้วคนชอบมาก ถ้าผมไปทำกับคุณพิสิทธิ์โดยที่ไม่สนใจที่จะปรับเลย ยังไงก็คิดว่าจะทำสไตล์เดิมนั่นแหละ อันนี้เราก็ไม่แฟร์กับเขา คือเราไปที่ใหม่ในรายการใหม่ ถึงแม้จะคุยข่าวเหมือนกันเราก็ต้องปรับและไปหยอดใหม่ ส่วนปรับแล้วจะดูเนิบ ๆ ขึ้นหรือเป็นยังไงก็แล้วแต่คนมอง"
ี้
มองวงการข่าวปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร

"ตื่นตัวมาก ความจริงวงการข่าวทางทีวีกับวิทยุจะไปคู่กัน มันเริ่มมาจากการที่เนชั่นมีผมกับคุณสรยุทธจัดรายการทางวิทยุก่อน และวันดีคืนดีเราก็มีเคเบิลทีวีที่เป็นสถานีข่าว 2 ชั่วโมง เราก็มาจัดทางทีวีแล้วลิ้งค์ออกวิทยุ หลังจากนั้นข่าวทางวิทยจะบูมก่อนเรื่อง "นิวส์ทอล์ค" พอมันไปทางทีวีตอนเช้า เนชั่นเป็นที่แรกที่เริ่มต้นทำรายการ "คุยข่าวยามเช้า" ที่ไอทีวี ในขณะที่ช่องอื่นยังเป็นรายการเด็กบ้าง รายการสุขภาพ หรือรายการผู้หญิงบ้าง หลังจากนั้นวงการข่าวทางทีวีก็บูมมากขึ้น ต้องยอมรับว่าคุณสรยุทธเป็นคนบุกเบิกรายการข่าวตอนเช้าทางฟรีทีวี แต่ความจริงมันปะทุที่เนชั่นก่อนแล้วละ ที่คุณสรยุทธทำ "ถึงลูกถึงคน" ก็คือสไตล์เดียวกันกับที่เขาทำรายการ "คมชัดลึก" มาก่อน มันถูกเลี้ยงสุกงอมจากที่นี่ แต่พอหลุดออกไปในโลกฟรีทีวีมันก็เลยระเบิดไปเลย ซึ่งคุณสรยุทธเป็นคนแรกที่ไปบุกเบิก จากนั้นคนก็ทำตามกันเป็นพรวน ในวงการข่าวยังมีอะไรอีกเยอะที่น่าติดตาม ตอนนี้ขออุบไว้ก่อน มันยังไม่หยุดแค่นี้หรอก ยังมีอะไรที่น่าสนุกตื่นเต้นให้ทำอีกเยอะต้องติดตามชมกันดู"

ตอนนี้มีชื่อเสียงแล้วชีวิตเปลี่ยนไปมั้ย

"ไม่เปลี่ยนครับ ในแง่ชีวิตผมไม่เปลี่ยนเลย งานอดิเรกไม่ว่าจะเล่นกับหลาน เล่นฟุตบอล ดูหนัง เล่นอินเตอร์เน็ต ไปกินก๋วยเตี๋ยวยังเหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่สิ่งที่ผมพูดถึงอยู่นี่ได้ทำมันน้อยลง มันโดนดึงไปด้วยงานที่มีมากขึ้น ที่ตลกมากมีคนติดต่อให้ผมเล่นละครหนังด้วย ในละครเขาจะให้ผมเล่นเป็น บ.ก.ข่าว ส่วนในหนังจะให้เล่นเป็นเจ้าเมือง โอ้...มันก็แปลกดี จะเกินไปหน่อยมั้ง (ทำไมคะ?) คือมันค่อนข้างสวิงไปไกลจากวงการมากเกินไปหน่อย อีกอย่างผมไม่เคยคิดที่จะไปทำอะไรอย่างนั้นเลย ผมจะทำไปเพื่ออะไร ทุกวันนี้ผมทำงานเพื่ออะไร ไม่ได้ทำงานเพื่อดัง ไม่ได้ทำงานเพื่อเอาเงิน ผมต้องการเงินนะแต่ไม่ได้ทำงานเพื่อ 1.เอาเงิน 2.อยากดัง ถ้าผมตั้งหลักไว้อย่างนั้นผมจะเล่นเอ้า...ใครมีหนังอยากให้เล่นก็เล่นเพราะอยากดังอยากได้เงินอยู่แล้ว แต่ผมไม่ใช่อย่างนั้นไง จะเล่นไปทำไม (บางคนถ้าอยู่ในช่วงโกยจะรีบคว้าไว้?) ตอนนี้ผมพออยู่ได้แล้ว ไม่ถึงขนาดต้องเอ้า...เตรียมไปออกข่าวช่อง 7 แล้วนั่งท่องสคริปต์เล่นหนังไปด้วย โอ้...ทำเพื่ออะไร อย่างหนังสือก็มีติดต่อมาเยอะมากอยากให้ไปเขียน ทั้งสำนักพิมพ์ใหญ่ กลาง เล็ก สำนักพิมพ์ชื่อแปลกๆ รสหวานๆ เนี่ยมีเยอะมาก (หัวเราะ) แต่ผมยังไม่มีเวลาที่จะไปทำอะไรขนาดนั้น ขนาดจะตั้งบริษัททำรายการ หรือไปรับซื้อเวลาทำรายการข่าวของตัวเองยังไม่คิดเลย เพราะผมเป็นคนไม่ค่อยคิดวางแผน จะเป็นคนวางชีวิตไปเรื่อย ๆ มากกว่า ซึ่งทุกวันนี้ก็มีความสุขดี"

งานก็เยอะ ชีวิตก็มีความสุข ช่างน่าอิจฉาผู้ชายที่ชื่อ 'กนก' จริงๆ

 
2004 © www.allaboutkanok.com - designed by jui - best view in 1024 x 768 pixel