โหยหา สวรรค์หาย // LIPS ฉบับ 6/03 ปักษ์แรก สิงหาคม 2547
เรื่อง: กนก รัตน์วงศ์สกุล ภาพประกอบ: Ding


คุณธีระ ธัญไพบูลย์ พิธีกรหนุ่มหน้าคมคิ้วดก ให้สัญญาณกับผมเมื่อวันก่อนว่า เข้าขั้นเป็นคนมีอายุแล้ว ดูจากการชอบเล่าเรื่องราวในอดีตบ่อย ๆ เขาอ้างที่พูดว่า "ตื่นแต่เช้า เล่าความหลัง" เป็นคุณสมบัติของคนแก่

อาจไม่เป็นธรรมนัก ถ้าพิจารณาเวลาผมตื่นตอนตีสี่ ผมจำต้องตื่นเพราะงานบังคับ ตื่นจนติดชนิดไม่ต้องเพิ่งนาฬิกาปลุก เสียงไก่ขันยามเช้ามืดก็ไม่มี มันห่างหายไปจากสังคมเมืองนานแล้ว ถ้าไม่มีงานโปรดรออยู่ที่ช่อง 7 เวลา 6 โมง 15 ผมคงไม่ตื่นตีสี่แน่

การเล่าความหลัง คงต้องยอมรับว่ามีบ้างและเริ่มมีมากขึ้น ๆ ไม่ใช่ว่าผมชอบหรอก ที่เล่าเพราะมีคนถามมีหนังสือมาสัมภาษณ์ สำหรับตัวเองไม่ต้องเล่าเลยเพียงแค่ได้คิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ ผมก็มีความสุขแล้ว

ยิ่งถ้าได้ไปสถานที่ที่ฝากกิจกรรมตลอดเส้นทางการเติบโตนั้น ผมยิ่งดื่มด่ำ เราเป็นคนโชคดีไม่น้อย มีโอกาสเปลี่ยนโรงเรียนบ่อย แต่ล่ะแห่งต่างกันอยู่กันคนละย่าน เวลานั่งรถเมล์ไปเช้าเย็นกลับ จึงได้ซึมซับสังคมสองข้างทางสนิทใจ วันแล้ววันเล่า ไม่รู้ตัวว่าเราแตกเนื้อหนุ่มช่วงไหน มารู้สึกอีกที ไม่มีใครบนรถเมล์ลุกให้เรานั่งแล้ว เวลาไปไวไม่เคยตักตวง เหมือนรถเมล์ขาวนายเลิศเพิ่งหมดไปเมื่อวานนี้

แม่จูงผมเดินข้ามสะพานกษัตริย์ศึกแถวยศเสอยู่สองปี จนถึง ป.2 ผมไม่มีโอกาสเขย่งราวสะพาน ดูรถไฟแล่นฉึกฉักมาจากหัวลำโพงอีกต่อไป ผมต้องข้ามสะพานที่ใหญ่กว่า คือสะพานพุทธฯ เพื่อไปเรียนที่วรจักรอีกสี่ปี ตึกสูง ๆ มียอดปลายแหลมนั่นไง (โรงแรมดุสิตธานี) ที่เห็นในหนังเรื่องท่าเตียน ตอนที่ยักษ์วัดแจ้งกับยักษ์วัดโพธิ์ตีกันกลางแม่น้ำเจ้าพระยา

กลับมาเจอรถไฟอีกครั้ง สมัยที่เดินเล่นบนรางไปเรียนที่วัดราชโอรส บางขุนเทียน อิจฉาเพื่อนบางคนได้นั่งรถไฟมาจากมหาชัย ขณะที่เราต้องคอยระวังยืนหลบให้ดี เดี๋ยวรถไฟจะเฉี่ยวเอา มีโรงเรียนจิ๊กโก๋อยู่แถวนั้นด้วย พวกนี้ชอบพกไม้ที ไปทีไปเป็นกลุ่มเป็นฝูง ขึ้นรถเมล์ทีไรเราต้องลงก่อนทุกที กลัวโดนลูกหลง

จากนั้นได้ซึมซับเส้นทางอีกย่านของฝั่งธนฯ แถวสามแยกท่าพระไปบางแค ท่าพระกลายเป็นสี่แยกนานแล้ว เช่นเดียวกับถนนภาษีเจริญ มีทางด่วนทางพิเศษมาเชื่อมหลายจุด รถเมล์เข้าสู่ยุค ขสมก. สมัยที่ผมเรียนมัธยมปลาย ไม่มีรถเมล์สีหวานเย็นนับแต่นั้น

นี่ผมเริ่มเล่าความหลังอีกจนได้ ยังยืนยันว่า ชอบไปมากกว่าชอบเล่า เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมไปยืนหน้าโรงเรียนสตรีศรีบำรุง เชิงสะพานยศเส โรงเรียนที่ผมต้องเดินข้ามสะพานทุกเช้าเมื่อ 30 กว่าปีก่อน ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย นอกจากรอยตีนกาบนอาคารไม้ และสีที่จืดจางลง (คงไม่ได้ใช้สีที่เขาโฆษณาว่าทนได้) เสียงเด็ก ๆ ท่องอะไรสักอย่างดังลั่น จุดขายขนมยังอยู่ที่เดิม ห้องครูใหญ่มีแอร์ ห้องน้ำ สนามเด็กเล่นก็ยังอยู่ที่เดิม เสาธงชาติด้วยครับ ไม่แน่ใจว่าเสานั้นสั้นลงหรือเปล่า ? ก็ก่อนนู้นผมแหงนคอมองตั้งบ่า

อารมณ์เดียวกันเกิดขึ้นตอนเดินข้ามสะพานกษัตริย์ศึก ราวสะพานแค่นี้เหรอที่เราต้องเขย่งดูรถไฟ ผมมีความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกจริง ๆ

วันนั้นผมมีคิวเป็นผู้ดำเนินรายการ ประชันวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ศาลเจ้าเล่งบ๋วยเอี้ย จึงถือโอกาสย้อนอดีตถนนสายทองคำ เส้นทางสายอาหารอย่างอิ่มหมีพีอารมณ์

มีคุณปรีดา ปรัตถจริยา แฟนพันธุ์แท้เยาวราชเป็นไกด์ ให้รายระเอียดเชื่อมโยงยุคสมัยได้หมดจด ไม่เหลือข้อสงสัย จุดประกายภาพสวรรค์วันวานแจ่มชัดมาก ผมคิดว่าย่านสำคัญ ๆ ของไทย จำเป็นต้องมีบุคคลอย่างคุณปรีดาประจำถิ่น อายุยังไม่มาก แค่ 30 ปลาย ๆ แต่พยายามทำทุกอย่างเพื่อคงคุณค่าความขลังเก่าแก่ พร้อมกับส่งเสริมคัดสรรความเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย ผมเชื่อว่าอาแปะในซอยศาลเจ้า ลืมเหรียญสลึงไว้ตรงไหน ? คุณปรีดารู้

ผมผูกพันกับที่นี่ไม่แตกต่างจากคนไทยเชื้อสายจีนอีกหลายล้านคน ไม่แตกต่างจากที่อื่นที่ผมนั่งรถเมล์ผ่านไปมาเป็นปี ๆ อาจพิเศษหน่อยเพราะเป็นถิ่นที่แม่รับจ้างนั่งมวนยาสูบ พ่อรับจ้างขนส่งผลไม้ ส่วนผมวิ่งเล่นแถวโรงน้ำชา !

ผมยืนกินจุ๋ยก้วยอยู่หน้าภัตตาคารเชียงการีล่า แต่ตามองเห็นเป็นโรงหนังศรีราชวงศ์ที่เคยตั้งอยู่ เหมือนกับมองร้านอยู่หลงกิมกี่เป็นโรงศรีเยาวราช ป้ายชื่อหน้าโรงเรียงลงตามแบบอักษรจีน ยังชัดมากอยู่ในใจ

ใช้เวลา 3 ชั่วโมง เดินรับประทานอาหารชั้นยอดหลายร้าน ทำประหนึ่งอดอยากมาหลายวัน ได้รับเกียรติท่านผู้อาวุโสเจ้าของร้านโชวห่วย ร้านเกาลัด และร้านขายผ้า เชิญเข้าไปเจียะแต๊ หรือดื่มน้ำชาอีกหลายถ้วย จัดรายการเสร็จ ยังตบท้ายด้วยก๋วยจั๊บน้ำใสรสแซบพริกไทยอีก 2 ชาม ร่วมโต๊ะกับคุณประวิทย์ พันธุ์วิโรจน์ ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ด้วย ท่าน ผอ.เป็นลูกหม้อเติบใหญ่ใน ไชน่าทาวน์ ทำงานรับใช้ถิ่นเกิดของรุ่นพ่อรุ่นแม่มาตลอดชีวิตรับราชการ ผู้ว่าฯ คนไหนสั่งย้าย ผอ.คนนี้ออกไปจากเขต อาเจ็กอาซิ้มหลายคนคงไม่พอใจ

เรื่องเล่าขานของถนนสายมังกรทอง มีมากมายไม่รู้จบ เล่าเมื่อไหร่รู้สึกดีเมื่อนั้น รู้สึกดีกับทุกเรื่องที่เป็นอดีต มิใช่เพราะแก่หรอกครับ ผมมีคำพูดเก่า ๆ ท่อนหนึ่ง ตอบคุณธีระ เป็นคุณสมบัติของคนแก่เช่นกัน คือ "กินของขม ชมเด็กสวย"

สองข้อนี้ผมไม่มีเลย