ของทุกชิ้นมีเรื่องราว // LIPS ฉบับ 6/05 ปักษ์แรก กันยายน 2547
เรื่อง: กนก รัตน์วงศ์สกุล ภาพประกอบ: Ding

มีโฆษณาอยู่ชิ้นหนึ่ง เริ่มต้นด้วยพ่อกำลังเล่านิทานก่อนนอนให้ลูกสาวตัวน้อยฟัง แต่ลูกก็ไม่ยอมหลับสักที อยากจะฟังเรื่องราวของแม่ พ่อจึงเล่าให้ฟังผ่านข้าวของชิ้นต่าง ๆ เช่น นาฬิกาปลุกที่แม่ซื้อให้เพราะพ่อชอบตื่นสาย จาน และกระทะที่แม่ใช้ พ่อถือดอกไม้คุกเข่าขอโทษข้างเก้าอี้ สมมุติว่ามีแม่นั่งอยู่ และลูกปลาทองที่ดิ้นกระแด่วออกมานอกอ่างเลี้ยง...


ภาพค่อย ๆ ถ่ายทอดอย่างนุ่มละมุน มีพ่อแสนใจดีขนของชิ้นน้อยใหญ่มาประกอบท่าทาง สลับกับภาพลูกหัวเราะชอบใจ ในลีลาหน้าตาเปิ่น ๆ บรรยากาศช่างอบอุ่น สนุกสนาน ก่อนมาถึงรูปถ่ายของแม่ มีหยดน้ำน้อย ๆ หยดลงมา เป็นน้ำตาของลูกสาวที่ร้องไห้ด้วยความคิดถึงแม่ ขณะที่พ่อโอบปลอบอ่อนโยน น้ำตาซึม

จบลงที่ลูกหลับปุ๋ย พ่อนั่งข้างเตียงท่าทางเหนื่อยอ่อน ถือแก้วน้ำ ดูรอบลิปสติกปรากฏอยู่ที่ปากแก้ว เป็นรอยเรียวปากของศรภรรยาที่จากไป ให้สามีได้รำลึกรักษารอยแห่งความทรงจำนี้ไว้ ทุกครั้งที่ต้องเล่าให้ลูกฟัง แล้วกล้องค่อย ๆ ขยายถ่ายมุมกว้างขึ้น เห็นข้าวของอุปกรณ์หลายชิ้นวางระเกะระกะ บรรยากาศเงียบเหงา ซึมเศร้า พร้อมเสียงบรรยาย "ของทุกชิ้นมีเรื่องราว แล้วของชิ้นไหนเล่าเรื่องของคุณ..." เป็นโฆษณาของบริษัทเฟอร์นิเจอร์เจ้าดัง ภรรยาผมดูทีไร น้ำตาไหลทุกที ไม่น่าเชื่อว่าโฆษณาความยาวแค่นาทีกว่า จะกินใจคนได้รวดเร็วขนาดนี้

นั่นเพราะ ครีเอทีฟจับจุดถูก เลือกบุคคลสำคัญที่สุดในบ้านคือ 'แม่' เป็นผู้จากไป ถ้าเลือกพ่ออารมณ์อาจเป็นอีกแบบ บวกกับพลังของภาพที่สื่อให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของพ่อ ที่พยายามรับผิดชอบทุกอย่าง ไม่ให้ลูกรู้สึกสูญเสีย

หยิบเรื่องนี้มาเขียนให้คุณอ่าน ไม่ใช่แค่รู้สึกเศร้าตามแล้วจึงถูกใจเท่านั้น แต่ทำให้เราฉุกคิดอะไรได้หลายอย่าง รุ่นผมน้อยคนนักที่จะมีโอกาสฟังนิทานก่อนนอน เราเป็นลูกคนหาเช้ากินค่ำ พ่อยังไม่กลับด้วยซ้ำ เวลาผมเข้านอน ส่วนแม่มากสุดคงเป็นการร้องเพลงจีนกล่อม

ผิดกับสมัยนี้ พ่อแม่ยุคใหม่ใส่ใจกับการเล่านิทานหรืออ่านหนังสือให้ลูกฟัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก โปรดทำต่อไปเถอะครับ ถึงคุณจะเหนื่อยง่วงแค่ไหน จงอย่าได้ละเลยทำเสียงนุ่ม ๆอ่อนโยน ใช้มือลูบหัวลูกหรือแตะที่ก้นเบา ๆ รับรองไม่เกิน 10 นาที เทวดาตัวจ้อยหรือนางฟ้าตัวจิ๋ว ต้องสิ้นฤทธิ์แน่นอน

ตัวผมถึงแม้ไม่มีลูก แต่มีโอกาสเล่านิทานให้หลาน ๆ ฟัง 2-3 คน ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ถ้าคืนไหนเราโอ้เอ้ไม่ขึ้นนอน เด็กก็จะไม่ยอมนอน จะรอคำว่า "กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว.." ประโยคอมตะลองเล่านิทานทะลุกลางปล้อง โดยไม่เริ่มต้นด้วยประโยคนี้ หลานสาวจะทักท้วงทันที

ตอนนี้กระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงสาธารณสุขมีโครงการ "หนังสือเล่มแรกจากครรภ์มารดา" ประมาณว่าเป็นการส่งเสริมให้คุณแม่อ่านหนังสือสำหรับเด็กทีละหน้าช้า ๆ โดยอุ้มลูกน้อยวัยเล็กกว่า 3 ขวบไว้บนตัก ถึงลูกจะฟังไม่รู้เรื่อง แต่เชื่อกันว่า เสียงของพ่อแม่และภาพที่ปรากฏในหนังสือนั้น จะกล่อมเกลาจิตใจลูกได้

ที่เนชั่น มี บ.ก.ข่าวเศรษฐกิจอยู่ท่านหนึ่ง เปิดเพลงคลาสสิก ดนตรีไวโอลินให้ลูกฟังทุกคืนก่อนนอน ทุกเช้าเขากับภรรยาจะผลัดเปลี่ยนกันอ่านหนังสือภาษาอังกฤษให้ลูกฟัง วันละ 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เด็กอายุแค่ 1-2 ขวบ จนบัดนี้เด็กคนนี้อายุได้ราว 8 ขวบ สามารถเล่นไวโอลินได้เกินวัยและพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย ไว้จะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดโอกาสต่อไป

อีกเรื่องคือ หัวใจของโฆษณาชุดนี้ "ของทุกชิ้นมีเรื่องราว.." บางชิ้นลึกซึ้ง บางชิ้นเจ้าของถือดูแล้วหัวเราะ บางทีหน้าตาภูมิใจเมื่อได้ลูบมัน บางอันก็..อาจเรียกน้ำตาได้ อันนี้เฉพาะสิ่งของที่ไม่ใช่รูปถ่าย
ถามรุ่นพ่อแม่ ท่านอาจกล่าวถึง ตู้ โต๊ะ เตียง ถ้วย โถโอชาม ตู้กับข้าวที่พ่อคอยสั่งให้หมั่นเติมน้ำลงชามลองขาตู้ตั้งทั้งสี่ขา ไว้กันมด โต๊ะทานข้าวที่สอนให้ยก ห้ามลากเวลาเคลื่อนย้าย ชุดน้ำชาสีเหลืองขุ่น เป็นคราบชาจีนที่ไม่มีวันขาวผ่อง นาฬิกาแขวนตราม้า ดังเหง่ง ๆ ตามชั่วโมง แต่ต้องคอยไขลานประจำ มุ้งหลังใหญ่มีรอยปะหอมกลิ่นอดีตทุกครั้งที่ดู...

สำหรับตนเอง มีอะไรบ้าง? มีหนังสือ โลกดารา หนูจ๋า หนังสือรายการทีวีเก่า ๆ สมุดเลกเชอร์ (ที่ไม่เคยเลกเชอร์) ซื้อจากรุ่นพี่คณะตอนที่หาเงินออกค่าย เทปรายการวิทยุสมัยผมเป็นดีเจ มีท่านผู้ฟังอัดไว้ให้ แผ่นเสียงที่ต้องพึ่งเข็มและเครื่องเล่นถ้าอยากจะฟัง วีดีโอเทปตอนที่นั่งหัวหยิกอ่านข่าวช่อง 11

ตั๋วหนังในโรงสแตนด์อโลน ราคาแพงมาก ๆ 30 บาท ส.ค.ส. ลายมือยึกยือจากหลานสาว หนังสือพิมพ์เมื่อ 30 กว่าปีก่อน วันที่ช่อง 9 จะทดลองออกอากาศด้วยเทปการแข่งขันฟุตบอลโลกจากเม็กซิโก เสียดายที่บ้านไม่ใหญ่พอไม่งั้นผมจะเก็บหนังสือพิมพ์ทุกฉบับไว้อ่านรำลึกความหลัง หรือให้หลานสาวอ่านเพื่อคิดถึงคุณลุง ไม่ต้องไปหาซื้อฉบับละเป็นพันที่จตุจักร

เคยเห็นห้องที่เก็บสิ่งของอุปกรณ์ของบุคคลที่เขารักมั๊ยครับ ที่ช่อง 7 ในห้องสำหรับหัวหน้าฝ่ายข่าว ด้านหลังสุดจะมีโต๊ะทำงานว่างอยู่ตัว เป็นโต๊ะของคุณชาติเชื้อ กรรณสูต ผู้ก่อตั้งสถานีทีวีเพื่อคุณ ยังอยู่ในสภาพเหมือนกับตอนเจ้าของยังทำงาน แต่คงไม่ต้องถึงขั้นภรรยาคุณแคล้ว ธนิตกุล ตั้งศพสามีไว้ในโลงแก้วนะครับ

ปัจจุบันวัยรุ่นบันทึกความทรงจำ ด้วยโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปได้ หรือกล้องดิจิตอลจุได้เป็นล้านพิกเซล รูปถ่ายถือเป็นที่สุดในการรื้อฟื้นความทรงจำ ไม่มีสิ่งใดละเอียดเท่า แต่ความขลังและลึกซึ้ง บางทีมันไม่มีจากรูปถ่ายต้องพึ่งสิ่งของประกอบ

ดูโฆษณาชุดนี้แล้ว ลองมองรอบตัว หาของที่เล่าเรื่องของคุณดูสิครับ


<< ขอบคุณ คุณ we สำหรับข้อมูลนะครับ ^^ >>